ฉุดไม่อยู่!น้ำลำคันฉูหลากทะลักท่วมขยายวง ลามเข้าอำเภอจัตุรัสเพิ่ม 2 หมู่บ้านถูกตัดขาด

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จากอิทธิพลพายุเซินกาทำให้เกิดฝนตกหนักมาต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้มีน้ำป่าทะลักจากเทือกเขาในพื้นที่หลายแห่งทั้งที่เขาพังเหย และภูแลนคาและหนักสุดในพื้นที่เขื่อนลำคันฉู เกิดน้ำล้นสันเขื่อนสูงกว่า 1 เมตร ทะลักท่วม เขตอ.บำเหน็จณรงค์ จนเกิดน้ำหลากเข้าท่วมในพื้นที่ได้รับความเสียหายมาต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระลอกที่ 3 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาของการตั้งเป็นอำเภอบำเหน็จณรงค์ ในตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำลดลงแล้วในโซนเศรษฐกิจตัวอำเภอบำเหน็จณรงค์ แต่ยังคงท่วมขังในพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างนับหมื่นไร่ ในเขตรอยต่อ ต.หนองแวง, ต.เกาะมะนาว, ต.บ้านเพชร, ต.หัวทะเล และ 10 หมู่บ้าน 2 ตำบล มีตำบลหัวทะเล บ้านหัวทะเล ม.1 บ้านหัวทะเล ม.11 บ้านหัวสะพาน ม.10 บ้านหัวสระ ม.2- ม.12 บ้านกุ่มหมู่ที่ 3 บ้านโนนสังข์ ม.9 บ้านหนองประดู่ ม.4 และเขต ต.บ้านตาล บ้านท่าศาลา บ้านวังกะอาม ของอ.บำเหน็จณรงค์ ซึ่งน้ำยังทรงตัวและได้รับความเดือดร้อนขยายวงกว้างหนักอีกยังต่อเนื่อง

โดยเฉพาะบ้านกลุ่มหมู่ 3 และบ้านโนนสะอาดหมู่ 9 มีน้ำท่วมขัง รถเล็กไม่สามารถผ่านเข้าไปในหมู่บ้านได้จึงประสานทางกองทัพ บชร.2 และหน่วย นพค.55 นำรถบรรทุก 6 ล้อ หรือ 10 ล้อขนาดใหญ่เข้าช่วยขนส่งคนในหมู่บ้านอย่างทุลักทุเล เนื่องจากมีระดับน้ำสูงและถนนที่ใช้สัญจร ถูกน้ำกัดเซาะจนพังเป็นหลุมขนาดใหญ่ ซึ่งทางจังหวัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวทะเล หน่วยกู้ภัยฮุก 31 และองค์กรส่วนท้องถิ่นเข้าให้ความช่วยเหลือกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเต็นท์อำนวยความสะดวก ตลอด 24 ชม.

ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงบ้างแล้ว 20-30 ซม. โดยมวลน้ำนี้ได้ไหลหลากล้นอ่างเก็บน้ำห้วยทรายเข้าท่วมต่อที่ บ้านหนองลูกช้าง บ้านขาม ตำบลบ้านขาม อ.จัตุรัส สูงกว่า 2-3 เมตรทำให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 180 หลังคาเรือนถูกตัดขาดทันที ต้องใช้เรือท้องแบนขนส่งผู้คนเพียงอย่างเดียว รวม 7 ตำบล 95 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรไร่นาเสียหายกว่า 50,000 ไร่

ด้านนายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นำคณะเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิลงพื้นที่ช่วยเยี่ยวยาเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านหนองลูกช้าง ในครั้งนี้เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ในพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าวในเบื้องต้นด้วยเช่นกัน

นายสำเภา เทียนขุนทด อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 30 บ้านหนองลูกช้าง ม.3 ต.บ้านขาม อ.จัตุรัส กล่าวว่า ในหมู่บ้านดังกล่าวจะมีพื้นที่คล้ายเกาะถูกน้ำท่วมล้อมรอบ ถูกตัดขาดเพราะกระแสน้ำมีความรุนแรง และการเข้าออกชุมชนไม่สามารถใช้รถทุกชนิดผ่านเข้าออกได้ ต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะต้องถูกน้ำท่วมขังในพื้นที่นานต่อจากนี้ไปกว่า 3 สัปดาห์-1เดือนขึ้นไป เพราะเป็นแอ่งกระทะไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ง่ายๆ รวมทั้งขณะนี้การไฟฟ้าก็จำเป็นตัดตัดกระแสไฟในหมู่บ้านทั้งหมดไว้ก่อน จึงทำให้ราษฎรในพื้นที่กว่า 180 ครอบครัวต้องได้รับความเดือดร้อนหนักสุดในขณะนี้ด้วย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ตาย 2 ศพสยองงานบวช!ยกฉัตรไม้ไผ่เกี่ยวสายไฟแรงสูง ชอร์ตร่างไหม้เลือดทะลักออกปาก

สลดชาวบ้านช่วยกันยกฉัตรไม้ไผ่ตกแต่งงานบวชพลาดถูกสายไฟฟ้าแรงสูง ชอร์ตร่างไหม้เกรียม ญาติเร่งนำส่งโรงพยาบาลเพื่อปั๊มหัวใจ แต่สุดท้ายยื้อไม่ได้ตาย 2 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 2

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 9 มิ.ย. ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทรมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีคนถูกไฟฟ้าชอร์ตได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 4 ราย ถูกนำตัวส่งมารักษายังโรงพยาบาลวังทอง จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่รพ.วังทองพบว่ามีบรรดาญาติของผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ต่างยืนเฝ้ารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็นห่วง และอยู่ในอาการตกใจร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก สอบถามทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายพิษณุ ศรีหบุตร อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 11 ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 2.นายอนิรุทธิ์ เอี่ยมแจง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168/ หมู่ 8 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 3.นายณรงค์ สินสมุทร อายุ 43 ปี และ 4.นายประดิษฐ์ ชมเชย อายุ 27 ปี ทั้งคู่เป็นชาว อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย

 สภาพแต่ละคนถูกไฟฟ้าชอร์ตตามร่างกายหลายแห่ง จนเป็นรอยไหม้เกรียมและมีแผลพุพอง นอนหมดสติอยู่ในห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่แพทย์และพยายามต้องช่วยกันเร่งปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่อง ต่อมาผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย มีอาการสาหัสชีพจรไม่ตอบสนอง ทำให้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา คือนายประดิษฐ์ ชมเชย และนายอนิรุทธิ์ เอี่ยมแจง ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย อาการยังสาหัส กู้ภัยบูรพาส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ต่อมา ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทรมณี เจ้าของคดี ลงพื้นไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ บริเวณหน้าร้านสุขสมัยศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ตั้งอยู่เลขที่ 155 หมู่ 8 ริมถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ต.วังทอง อ.วังทอง

จากการสอบถามทราบ ว่าระหว่างเกิดเหตุชาวบ้านกำลังเตรียมจัดงานบวชหลานชายเจ้าของร้านอยู่ ผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนหน้าเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 คน เดินทางมาช่วยกันยกฉัตรงานบวชหน้าร้านดังกล่าว แต่ระหว่างที่ยกฉัตรที่ทำด้วยไม้ไผ่สูงกว่า 5 เมตร มีลมพัดแรงทำให้ฉัตรไม้ไผ่ไปพาดกับสายไฟฟ้าแรงสูงที่มีกำลังไฟกว่า 100,000 โวลต์ จนแต่ละคนถูกไฟชอร์ตเข้าร่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง มีเลือดไหลออกทางปากและจมูก ก่อนจะมีชาวบ้านที่มาร่วมงานเห็นเหตุการณ์ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลวังทองดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า สาเหตุเกิดจากไม้ไผ่ที่ตัดนำมาทำเป็นฉัตรนั้น สภาพไม้มีความสดและชื้น ประกอบกับพื้นดินเปียก ทำให้เมื่อไปถูกกับสายไฟฟ้าแรงสูงที่อยู่ใกล้กัน กระแสไฟฟ้าได้วิ่งตามลงมากับไม้ไผ่ชอร์ตเข้าร่างจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

วอนช่วยพ่อเฒ่าวัย 71 อาศัยกระท่อมพังๆ กับน้องชาย แถมลูกก็ไม่ค่อยมาดูแล ปีนต้นตาลหาเลี้ยงชีพ

วันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากทหารรับผิดชอบพื้นที่อำเภอสรรคบุรี จ.ชัยนาท ว่า มีผู้อาศัยอยู่ในบ้านที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาใช้ อาศัยกระท่อมเก่าผุๆ ข้างฝาปิดด้วยใบตาล หลังคาสังกะสีเก่า หุงหาอาหารด้วยฟืน ไม่มีห้องน้ำต้องใช้วิธีขุดหลุมถ่ายบริเวณทุ่งนา มานานกว่า 10 ปีผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 6 ต.ห้วยกรดพัฒนา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท พร้อมด้วยจ.ส.อ.สำเริง กองวัสกุลณี ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 721 ลพบุรี และนายประทวน บัวเพชร นายกเทศมนตรีตำบลห้วยกรดพัฒนา พบกับนายเฉลียว ดวงยี่หวา อายุ 71 ปี กับน้องชายชื่อนายสุรัตน์ ดวงยี่หวา อายุ 55 ปี อาศัยในกระท่อมที่มีสภาพเก่า ข้างฝาปิดด้วยใบตาล อาศัยกินนอน และเคี่ยวน้ำตาลขายเลี้ยงชีพ อดมื้อกินมื้อนายเฉลียว เล่าว่า ภรรยาเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกยังเล็ก มีลูกชายด้วยกัน 2 คน แต่ทั้งสองได้แยกย้ายไปมีครอบครัวและทำมาหากินไม่ค่อยได้กลับมาดูแล ตอนนี้อาศัยอยู่กับน้องชายซึ่งมีอาการทางประสาท ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ส่วนตนนั้นประกอบอาชีพทำน้ำตาลขาย สมัยหนุ่มๆ ปีนต้นตาลวันละ 10 ต้น แต่ตอนนี้อายุมากแล้วปีนได้วันละ 3 ต้น ทำน้ำตาลได้วันละ 1-2 กิโลกรัม ขายส่งกิโลกรัมละ 60 บาท บางวันก็ไม่ได้น้ำตาลเพราะไม่ใช่ฤดูกาลที่ตาลออกดอก จึงทำให้มีรายได้ไม่แน่นอน แต่ยังมีเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท ไว้กินใช้ประทังสองชีวิตพี่น้องด้านนายประทวน กล่าวว่า กรณีของนายเฉลียว มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ไม่มีเงินใช้จ่าย ห้องน้ำไม่มี การช่วยเหลือเบื้องต้นได้มาก่อสร้างห้องน้ำให้แล้ว ขณะนี้กำลังขอรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อก่อสร้างบ้านให้ทั้งสองคนอยู่อาศัยได้ดีกว่าเดิม ผู้ใจบุญประสงค์จะช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ นายประทวน นายกเทศบาลตำบลห้วยกรดพัฒนา โทร. 085-877-7989

ที่มา>>>ข่าวสด

รันทด เด็กหญิง 2 พี่น้องยอดกตัญญู ดูแลยาย จูงมือขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตรว่า มีเด็กหญิง 2 พี่น้องฐานะ ยากจนซึ่ง อยู่โรงเรียน ชุมชุนวัดหนองละฆ้อน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ทั้งคู่ อยู่ชั้นอนุบาล แต่เป็น เด็กยอดกตัญญู ช่วยยายที่ชราทำงานล้างจานและ บางวันยายป่วย ไม่มีเงินซื้อข้าว 2 พี่น้องเด็กหญิงจูงมือกันไปขอข้าวชาวบ้านมาให้ยาย และตนเองกินประทังชีวิตหลังจากที่ได้รับแจ้ง จึงได้เดินทางไปยังบ้านดังกล่าวซึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 83 หมูที่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน  จังหวัดพิจิตร ซึ่ง เป็นบ้านของ ด.ญ.กรรณิการ์   หรือ น้องเนย  จันทร์ดี  อายุ 4 ปี และ ดญ. จารุวรรณ หรือนิว จันทร์ดี อายุ 3 ปี อาศัยอยู่กับนาง นางโสม อยู่จาร์ต อายุ 67 ปี เนื่องจากแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2  นำ เด็กมาทิ้งให้เลี้ยง และไม่เคยส่งเงินมา ดูแล ซึ่งยายที่ชรา ซึ่งมีอาชีพรับจ้าง ก็ไปทำงานไม่ได้เนื่องจากไม่มีใคร ดูแลเด็กๆ

โดยสภาพบ้านดังกล่าว เป็นกระต๊อบ ผุพัง มุงด้วยสังกระสี เป็นรูรั่วทั้งหลัง พื้นบ้านใช้ฟากไม้ไผ่ ตี เป็นแผ่น ส่วน ข้างฝาผุพัง ไม่มีประตูบ้าน ห้องน้ำก็ไม่มี ไฟฟ้า ก็ไม่มี ต้องใช้ตะเกียงจุด เพื่อให้แสงสว่าง น้ำประปา ก็ไม่มี กิน  ซึ่งบ้านหลังเล็กไม่มีประตูบ้าน เวลาฝนตก ไม่คุ้มฝน ยิ่งกลางคืน นอนกันไม่ได้ทั้งคืน  เพราะบ้าน มีแต่รูรั่ว น่าเวทนาอย่างยิ่งนอกจากนี้ ในบ้านของ ดญ .ทั้ง 2 ไม่มีเครื่องสาธาณูปโภคใดๆ ทั้งสิ้น เวลากลางคืนจุดตะเกียง เวลาหุงข้าวต้องก่อไฟถ่านหุงข้าว บางวัน แทบไม่ได้กินข้าว เนื่องจากฐานะยากจนไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิน บางวันกินข้าวกับน้ำปลา และเกลือ หากยายไปรับจ้างทำงานไม่ไหว หรือล้มป่วย 2 เด็กหญิงจะจูงมือกันไปขอข้าวเพื่อนบ้าน มาให้ยายและ ตัวเองกิน เพื่อประทังชีวิต  ซึ่งชาวบ้านแถวนั้น  เห็นในความยากลำบากเวทนาก็ให้อาหารมากินบ้าง

โดยนางโสม อยู่จาร์ต ผู้เป็นยาย กล่าวว่า พ่อแม่ของ เด็กหญิงทั้ง 2 แยกทางกัน ลูกสาว ได้นำ หลานทั้ง 2 มาทิ้งให้ตนเลี้ยง ไม่เคยส่งเสีย เงินทองทุกวันนี้ตนเองไปรับจ้างทำงานไม่ค่อยได้เนื่องจาก เป็นหวงหลานไม่มีใครดูแล หากไปทำงานก็จะต้องเอาหลานไปด้วย ซึ่งบางครั้งเด็กก็ไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจาก ไม่มีเงินให้ไปกินขนม บางวัน หากไปรับจ้างไม่ไหว ต้องกินข้าวกับน้ำปลา หรือ เกลือ บางครั้งตนเองล้มป่วยเพราะอายุมากแล้ว หลานทั้ง 2 จะจูงมือพากินไปขออาหาร เพื่อนบ้าน มาให้ตนเองตัวหลานกินซึ่งทุกวันนี้ ยอมรับว่า สงสารหลานทั้ง 2 มาก ทุกวันนี้ครอบครัวตนเองมีรายได้เพียงแค่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท จึงไม่พอที่จะใช้ โชคดีที่มีเพื่อนบ้านบางส่วนแบ่งปันอาหารให้เพื่อประทังชีวิตซึ่งตนเองยอมรับในความกตัญญูของหลานมาก ถึงแม้ตัวจะเล็กอายุน้อย แต่ก็ยังมีความกตัญญูต่อยายกลับมาจากโรงเรียนช่วยล้างจานเอี่ยมบ้างไม่เอี่ยมบ้าง เพราะเด็กตัวแค่นี้ สิ่งที่อยากได้คือ เรื่องบ้านเพราะไม่มีที่อยู่ อาศัยที่ว่างเปล่าซึ่งวัดธรรมกายมาซื้อทิ้งไว้แต่ไม่ได้ทำอะไรอาศัยอยู่ เวลาฝนตก ตนเองและหลานอีก 2 คนหลับฝนไม่ได้นอนทั้งคืนที่หลับที่นอนเปียกหมด อีกทั้งไฟฟ้าไม่มี ใช้ตะเกียงจุดเพื่อให้สว่าง ห้องน้ำก็ไม่มี

ด้านนายวิทยา เอี้ยงหมี ผอ. โรงเรียนชุมชนวัดหนองละค้อน กล่าวว่า น้องเป็นเด็กน่ารัก แต่ ฐานะครอบครัว น้องทั้ง 2 ยากจนมากน่าสงสาร  ซึ่งตนได้ติดตาม และให้ความช่วยเหลือ โดยมีรถรับส่งทางโรงเรียนไปรับไปส่งทุกวัน  ส่วนอาหารกลางวัน ทางโรงเรียนเรามี ให้อยู่แล้ว.น้องเรียนอยู่ชั้นอนุบาล อยากให้ผู้ที่ใจบุญช่วยสงเคราะห์น้องน้อง อีกทางหนึ่ง

ทางด้านนางสนอง ช้างคุ้ม อายุ 78 ปี กล่าวว่า  เด็กทั้ง2 น่าสงสารมาก บางวันไม่มีข้าวกิน  เนื่องจาก มีฐานะยากจนมาก  อีกทั้งยาย ก็ชราแล้ว ซึ่งเด็ก 2 พี่น้องหากยายไม่มีข้าวให้กินจะจูงมือกัน เดินมาขอข้าว หรือขนมกิน  ซึ่งชาวบ้านก็ ให้กันเพราะความสงสาร

หากมีผู้จิตศรัธาจะร่วมบริจาก ช่วยเหลือน้องเนยและน้องนิวบริจากได้ กองทุนเพื่อการศึกษา ของ ดญ.กรรณิการ์  จันทร์ดี กรุงไทย สาขาสาเหล็ก หมายเลขบัญชี  6360288214

ที่มา>>>ข่าวสด