แห่แก้บนเปลญวน!! ฮือฮา‘เจ้าปู่เหมราช’ให้โชคถูกหวย ขอพรสมหวังทุกราย

 “เจ้าปู่เหมราช”ยังขลังให้เลขเด็ด-เลขดัง ขอพรสมหวังทุกราย ชาวบ้านนำเปลญวนแก้บนเนืองแน่น พร้อมระบุ ห้ามนำ “ลาบวัว” ถวายเด็ดขาด

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 ก.พ.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลเจ้าปู่เหมราช ซึ่งตั้งอยู่ ริมถนนสาย อ.ชนบท-อ.มัญจาคีรี ตรงข้ามกับวิทยาลัยการอาชีพ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ยังคงมีประชาชนจำนวนมากนำเปลญวนมาถวายเพื่อแก้บน ด้วยการผูกติดไว้กับต้นแก ที่ปลูกไว้อย่างหนาแน่นโดยรอบศาลเจ้าปู่ บนเนื้อที่เกือบ 1 ไร่ รวมทั้งการนำอาหารอีสานพื้นบ้าน อาทิ นึ่งปลา-ตำแจ่ว-ข้าวเหนียวและผักสด นำมาถวายเพื่อแก้บนหลังสมหวังตามที่ใจปรารถนา จากการที่ได้มาขอพรและบนบานกับศาลเจ้าปู่ไว้ทีมข่าวจึงลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูล พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังนำเปลญวนมาถวาย รวมทั้งเปลี่ยนเชือกที่ผูกมัดติดกับเปลญวน หลังพบว่ามีการชำรุดทรุดโทรมไปตามสภาพกาลเวลา รวมทั้งการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ โดยบริเวณศาลเจ้าปู่เหมราช แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วยส่วนที่เป็นที่ตั้งองค์ศาลเจ้าปู่ 2 หลัง โดยมีศาลพระภูมิเจ้าที่ตั้งอยู่ด้านซ้าย 2 หลัง และด้านหลัง อีก 1 หลัง ขณะที่ด้านขวาในบ่อน้ำมีศาลปู่ตา อีก 1 หลังนางถวิล ชมชื่น อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 ม.11 ต.ชนบท อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ศาลเจ้าปู่มเหศักดิ์ เป็น 1 ใน 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ปกปักรักษาคนชนบทมาอย่างยาวนาน ซึ่งคนชนบทและคนในอำเภอใกล้เคียงจะแวะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลทุกครั้งที่เข้ามาในพื้นที่ โดยเจ้าเหมราช จะตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตก เจ้าพ่อมเหศักดิ์ จะตั้งอยู่ทิศตะวันออก และเจ้าพ่อกรมทาจะตั้งอยู่ทิศเหนือของตัวอำเภอ แต่องค์เจ้าปู่เหมราชนี้ เป็นผู้มีจิตใจดี มีบารมี วาสนา ชอบพบปะผู้คน และเป็นผู้ที่มีแต่ให้ ดังนั้นจึงมีประชาชนแวะมากราบไหว้และพักผ่อนหย่อนใจในสถานที่แห่งนี้เป็นประจำ และที่สำคัญท่านยังคงมีชื่อเสียงในเรื่องของการขอพรอะไรแล้วมักจะสมหวังทุกราย“ช่วงปลายเดือน ม.ค.ได้มาขอพรหลวงปู่ขอให้ถูกหวย ซึ่งก็ถูกจริงๆ และสอบถามคนในอำเภอก็มักจะมาขอหรือบนบานต่างๆ ทั้งในเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน การเลื่อนตำแหน่ง การสอบแข่งขัน หรือแม้กระทั่งเรื่องความรักหรืออุปสรรคต่างๆ ล้วนสมหวังทุกราย และเมื่อสมหวังแล้วก็จะมาแก้บนด้วยการนำเปลญวนมาถวายโดยรอบศาลเจ้าปู่ ซึ่งหากนับรวมเปลญวนที่นำมาถวายแล้วนั้นคาดว่ามีมากกว่า 500 ปาก เห็นจะได้ การนำเปลญวนมาถวายนั้นได้รับความนิยมมาเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา”นางถวิล กล่าวต่ออีกว่า การถวายเปลญวนนั้นมีความเชื่อว่าหากให้เจ้าปู่เหมราชได้อยู่สุขสบาย ตนเองก็จะอยู่สุขสบายด้วยเช่นกัน จึงเป็นมูลเหตุของการแก้บนด้วยเปลญวน ขณะที่คนทรงในพื้นที่ก็บอกว่าเจ้าปู่เหมราชนั้นมักจะเรียกเปลญวนว่าโต๊ะจีน เพราะเวลาเจ้าปู่ต่างๆที่มาหาหรือเวลาพูดคุยกันของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าปู่เหมราชชอบนั่งเปลญวนหรือใช้เปลญวนรับแขก เพื่อหารือกันกันในรูปแบบสบายๆไม่ชอบเป็นทางการมากนัก อย่างไรก็ตามในเรื่องของอาหารหรือเครื่องเซ่นไหว้นั้น เจ้าปู่เหมราชชอบรับประทานอาหารอีสานพื้นบ้านอย่างนึ่งปลา ตำแจ่ว ข้าวเหนียวและผักสด ส่วนที่นำพวกหัวหมู ไก่ต้ม หรือเป็ดต้มมาถวายนั้นท่านจะรับไว้แต่จะส่งต่อให้บริวาร เนื่องจากท่านไม่ชอบและห้ามนำลาบวัว มาถวายท่านเด็ดขาดเนื่องจากท่านไม่ชอบ ทั้งนี้คนชนบทจะมีพิธีทำบุญให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 แห่ง ในเดือน มี.ค.ของทุกปีที่ถือเป็นงานบุญประเพณีใหญ่ของชาวชนบทอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ม้าเหล็กขยี้ 3 ศพ!! สุดสลดพ่อรีบไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน รถไฟลากร่างแหลกดับสยองทั้งคัน

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 22 พ.ย. ร.ต.อ.ปัญญา สงค์หมวก รองสว.(สอบสวน) สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถ จยย.ที่ถนน มีทางรถไฟพาดผ่าน บ้านหนองจิก ม.6 ต.นางหลง อ.ชะอวด มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธมนูญ ไฝจู ผกก.สภ.ชะอวด พร้อมแพทย์เวร รพ.ชะอวด และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยชะอวดรีบรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a13%e0%b8%a8%e0%b8%9e1เมื่อไปถึงพบรถไฟขบวนที่ 169 โดยสาร สายกรุงเทพฯ-ยะลา จอดห่างจากจุดเกิดเหตุถนนพาด มีทางรถไฟพาดผ่าน ประมาณกว่า 100 เมตร โดยหัวรถไฟทับรถ จยย.ทะเบียน ขคย-905 ตรัง พังยับเยินเหลือแต่ซาก ส่วนผู้เสียชีวิต พบเป็นภาพสลด ตายเกลื่อน ทราบชื่อทั้ง 3 ศพ คือ นายเอกพันธ์ เกลี้ยงมณี อายุ 36 ปี , ด.ญ.ครองขวัญ เกลี้ยงมณี อายุ 13 ปี และ ด.ญ.ชมพูนุช เกลี้ยงมณี อายุ 12 ปี ทั้ง 3 คนพ่อลูก อยู่บ้าน ม.6 ต.นางหลง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพร่างแหลกสุดสลด201611221222175-20041019184031จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายเอกพันธ์ ได้พาลูกสาวทั้ง 2 คน ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.1 และ ม.3 โรงเรียนวัดหนองจิก ซ้อนท้ายรถ จยย. เพื่อไปส่งที่โรงเรียน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ขับผ่านถนนที่มีทางรถไฟพาด โดยไม่ทันได้ระวัง ปรากฏว่ามีรถไฟ ซึ่งมาจาก กทม.กำลังไปส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟยะลา แล่นมาด้วยความเร็ว ได้พุ่งชนรถ จยย.ของ 3 พ่อลูกอย่างจัง พร้อมลากไปจากจุดเกิดเหตุกว่า 100 เมตร เป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพดังกล่าว201611221222173-20041019184031สำหรับบริเวณที่เกิดเหตุนั้นมีแผงกั้น รวมทั้งมีสัญญาณบอกเพื่อให้ผู้ที่ขับขี่รถไปมาระมัดระวังรถไฟ ส่วนสาเหตุเชื่อว่านายเอกพันธ์ อาจจะเร่งรีบไปส่งลูกที่โรงเรียนจึงขับรถ จยย.ฝ่าแผงกั้น โดยไม่ระวัง ทำให้ถูกรถไฟชนอย่างจังเป็นเหตุให้ 3 พ่อลูกเสียชีวิตสยองคาที่ดังกล่าว ซึ่งหลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว จึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และจะสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป201611221222101-20041019184031201611221222174-20041019184031

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อร่ำไห้ใจจะขาด!! ถอยรถทับลูกสาว 2 ขวบดับ เผยนาทีสุดสลดได้ยินเสียงหนูน้อยร้อง

วันที่ 18 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.พิทยา เทวเดช รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจาก รพ.ท่าศาลา ว่ามีเหตุเด็กหญิงวัย 2 ขวบถูกรถชน เสียชีวิตที่ รพ. ขอให้เข้าทำการชันสูตรพลิกศพด้วย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนครจุดท่าศาลา เดินทางไปทำการชันสูตรพลิกศพร่วมกับแพทย์เรของ รพ.ดังกล่าว

เมื่อไปถึง รพ. พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ ด.ญ.สุรีย์นภา นวลน้ำจิตร อายุ 2 ขวบ อยู่หมู่ 3 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพมีบาดแผลแตกบริเวณหน้าผากและจมูก และแขนขาถลอก โดยมีพ่อและแม่มาดูศพลูก อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก เนื่องจากคนที่ถอยรถชน เด็กน้อย คือ นายสุริยะ นวลน้ำจิตร อายุ 35 ปี บิดาของเด็กที่เสียชีวิตเอง201610181051012-20041019184031จากการสอบปากคำนายสุริยะ บิดาของเด็กน้อย ให้การทั้งน้ำตาว่า มีอาชีพค้าขาย ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน บท-9191 นครศรีธรรมราช กลับเข้าบ้าน หลังขายของที่ตลาดเสร็จ เมื่อมาถึงก็ได้ถอยรถเข้าจอดในโรงรถ ปรากฏว่าขณะถอยรถอยู่นั้น ลูกสาววัย 2 ขวบ ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง ออกมาจากบ้าน ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มาอยู่ทางด้านหลังรถ โดยที่ตนไม่เห็นเลย

“จากนั้นตนก็ถอยรถทับร่างลูกสาวฟุบคาพื้น ก่อนจะได้ยินเสียงลูกสาวร้องอยู่หลังรถ แล้วเสียงเงียบหายไป จึงรีบจอดรถแล้ววิ่งออกมาดู ก็พบร่างลูกสาวนอนหมดสติอยู่ จากนั้นก็ได้อุ้มร่างลูกสาว รีบนำส่ง รพ.ท่าศาลา ซึ่งแพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตลูกสาวตนอย่างเต็มที่ แต่ปรากฏว่าลูกสาวทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตที่ รพ.ในเวลาต่อมา” นายสุริยะ ให้การกับตำรวจทั้งน้ำตา ด้วยความเสียใจแทบจะขาดใจ

หลังจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว ได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณี และได้ขอให้นายสุริยะ ผู้เป็นพ่อเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตต่อไป201610181051011-20041019184031

ที่มา>>>ข่าวสด

งานบุญบั้งไฟ หนึ่งเดียวในปักษ์ใต้ จัดมาเป็นปีที่ 34

นายอรุณ ศรีใส นายอำเภอสุคิริน เป็นประธานเปิดงานบุญบั้งไฟ หนึ่งเดียวในปักษ์ใต้ โดยประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอีสาน ร่วมกันจัดขึ้นที่ตำบลภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส โดยงานบุญบั้งไฟจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 34 นับตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมา ทั้งนี้ เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และถือเป็นการสืบสานประเพณีดั้งเดิมของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ที่มีชาวอีสานอยู่ในพื้นที่กว่า 3 พันคนอย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อร่วมสืบสานประเพณีของประชาชนชาวอีสานที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตลอดจนเป็นการสร้างความรักความสามัคคีให้กับคนในพื้นที่ทั้งพุทธ มุสลิม ที่มีความผูกพันธ์กันมาอย่างยาวนาน โดยกิจกรรมในวันนี้เป็นไปอย่างสนุกสนานมีประชาชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งมาร่วมชมการแข่งจุดบั้งไฟ การประกวดรำเซิ้ง และร่วมพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนในวันพรุ่งนี้ 12 มิ.ย. มีการจุดไฟล้าน และยิงบั้งไฟ รวมถึงพิธีมอบรางวัลและปิดงานอย่างเป็นทางการด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด