(คลิป)ชนโครม! พ่วง18ล้ออัดหกล้อจั๋งหนับกลางแยก-พังยับเยิน รถติดระนาว

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 31 ส.ค. พ.ต.ท.ไพจิตร โคตรกล่ำ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนรถ 6 ล้อ บาดเจ็บ 2 ราย ที่บริเวณกลางแยกไฟแดงเทคโน หน้ามหาวิทยาลัยปทุมธานี ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี รุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 70-4195 ราชบุรี ลูกพ่วงทะเบียน 70-4196 ราชบุรี บรรทุกม้วนกระดาษขนาดใหญ่ 12 ม้วน สภาพรถด้านหน้าเสียหายยับ คนขับชื่อนายภาสกร วงษ์พัฒน์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 17/4 หมู่ 6 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี บาดเจ็บที่หน้าอกอัดกับพวงมาลัย เนื่องจากชนกับรถหกล้อ ทะเบียน 70-8709 เพชรบุรี คนขับชื่อนายเดชณรงค์ ดามะหาด อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 29 หมู่ 10 ต.ดอนกลาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม บาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่นำตัวทั้งสองคนส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอสไปก่อนแล้ว ด.ต.วีรภัทร ใจงาม ผบ.หมู่งานจราจร สภ.สวนพริกไทย กล่าวว่า ตนนั่งอยู่ในป้อมแยกเทคโน ช่วงนั้นมีฝนตก ได้ยินเสียงดังโครม จึงเดินออกมาดู พบรถพ่วงชนกับรถหกล้อ ทั้งนี้ ดูภาพกล้องวงจรปิด รถหกล้อวิ่งมาจากถนน 347 มุ่งหน้าปทุมธานี ส่วนรถพ่วงวิ่งจากสะพานปทุมธานี 1 มุ่งหน้ารังสิต เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นบริเวณแยกไฟแดงเทคโนจึงชนกัน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย  ด้านพ.ต.ท.ไพจิตร มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานจราจรระบายรถติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาประมาทร่วม เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นช่วงหลัง 22.00 น. บริเวณแยกเทคโนจากสัญญาณไฟเขียวไฟแดง จะเปลี่ยนเป็นไฟเหลืองกระพริบ ฉะนั้นผู้ที่ใช้เส้นทางต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

ที่มา>>>ข่าวสด

บอกเพื่อนครั้งสุดท้าย!! จะไปซื้อของ ทหารหนุ่มดับสยองคาจยย.-เร่งสอบกล้องวงจรปิด

 เมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 31 ส.ค. ร.ต.อ.นิติพงษ์ มีคำ รอง.สว.สอบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์ถูกชน เหตุเกิดบริเวณใต้ทางด่วนถนนรังสิตปทุมฯ มุ่งหน้ารังสิต หมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อ คือ สิบเอกแสงสุรีย์ เหลืองการ อายุ 31 ปี อยู่ ต.ท่าหลวง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เสียชีวิตขณะอยู่บนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้า หมายเลข ทะเบียน ฬฉว-448 กรุงเทพฯ สภาพศพศีรษะมีแผลฉกรรจ์ แขนและขาด้านซ้ายหัก จากการสอบสวนทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ที่มาประจำในพื้นที่ปทุมธานี ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยเพื่อนๆ บอกว่าผู้ตาย ได้ออกมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ และกำลังจะกลับเข้าที่พัก แต่ไม่ทราบว่าผู้ตายขับรถไปชนกับรถชนิดใด เนื่องจากไม่พบคู่กรณี เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างสอบสวน หาสาเหตุและติดตามหาภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทาง เพื่อติดตามคู่กรณี เจ้าหน้าที่จึงมอบศพผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตร ยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตเพื่อหาสาเหตุการตาย ก่อนให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โกงความตาย! รถบัสพุ่งชนป้ายรถเมล์พังเละ สาวยืนรออยู่…รอดปาฏิหาริย์ (คลิป)

 เว็บไซต์ เร็นทีวี ของรัสเซียนำเสนอภาพกล้องวงจรปิดวินาทีเฉียดตาย ขณะที่รถเมล์วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนป้ายรถเมล์พังเสียหายยับเยิน และเฉียดผู้หญิงที่รอป้ายเพียงนิดเดียว โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในเมืองนิจนีนอฟโกรอดของรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ข่าวระบุว่า รถเมล์คันดังกล่าวยังวิ่งไปชนรถเก๋งที่จอดรถสัญญาณไฟข้างหน้า จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย โดย 1 ราย เสียชีวิตหลังนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

นร.หญิง”สตรีนนท์”ชี้จุดโดน”ฟอร์จูนเนอร์สีดำ”ดักฉุดตรงศาลากลางหลังเก่า

จากกรณีที่นายธนะสิทธิ์ ศิริวรธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีนนทบุรี ได้โพสต์ลงในไลน์กลุ่มครูโรงเรียนสตรีนนทบุรี ว่า เรียนคุณครูสตรีนนทบุรีทุกท่านครับเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคมเกิดเหตุคนร้าย 3 คนขับฟอร์จูนเนอร์สีดำจำทะเบียนไม่ได้จับตัวนักเรียนหญิงชั้นม.6 ขณะออกจากบ้าน เดินทางมาโรงเรียนโดยเหตุเกิดบริเวณท่าน้ำนนท์ใกล้กับศาลากลางหลังเก่านักเรียนถูกบังคับ จับขึ้นรถวิ่งตามถนนพิบูลสงครามช่วงเวลาดังกล่าวรถติดค่อนข้างมากคนร้ายกลับ รถบริเวณใกล้กับคอนโดลุมพินี ย้อนกลับไปทางสะพานพระราม 5 นักเรียนพยายามร้องให้คนช่วยเหลือและต่อสู้ดิ้นรนจนสามารถเปิดประตูรถและใช้ เท้าคาประตูรถไว้ ทำให้ประตูปิดไม่ได้ และเนื่องจากรถติดคนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงถีบนักเรียนจนตกลงจากรถและขับรถหลบหนีไป โดยนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว จึงเรียนข้อมูลมาเพื่อให้คุณครูทุกท่านได้เฝ้าระวังแจ้งเตือนนักเรียน  แจ้งเพื่อนครูแจ้งผู้ปกครองรับทราบเพื่อช่วยกันป้องกัน ให้คุณครูที่ปรึกษากำชับให้นักเรียนระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงเวลาเดินทางมา เรียนหรือกลับบ้าน และแนะนำวิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ด้วย ขอแจ้งหน้าเสาธงชาติวันเปิดเรียนด้วยจากผอ.ธนสิทธิ์แจ้งเมื่อ 20 สิงหา 2559  ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบที่สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ทราบว่า ทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนได้เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.หญิงอาทิติยา ภิบาล เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 21 ส.ค.59  โดย ทางพ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ทันที เพื่อหารถฟอร์จูนเนอร์คันที่ก่อเหตุ เนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ และมีการแชร์และส่งต่อทางไลน์ ระหว่างครู และผู้ปกครอง ในกลุ่มเด็กนักเรียน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแจ้งความดำเนินคดี ได้มีมารดาของนักเรียนคนดังกล่าว เป็นผู้มาแจ้งที่สภ.เมืองนนทบุรีในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ โดยระบุว่าลูกสาวเป็นนักเรียนชั้น ม.6 วัย 17 ปี เป็นเด็กมีความประพฤติดี โดยเหตุเกิดประมาณ 06.00 น.วันที่ 19 ส.ค. เด็กนักเรียนหญิงข้ามเรือมาจากฝั่งบางศรีเมืองขึ้นที่ท่าน้ำนนทบุรี แวะรับประทานอาหารเช้า จากนั้นก็เดินไปโรงเรียนไปตามถนนที่อยู่ด้านข้างของศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า ซึ่งเป็นถนนสายแคบๆ ระหว่างเดินเข้าไปได้ประมาณ 100 เมตร ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับเข้ามาจอดเทียบ คนในรถเปิดประตูลงมาฉุดเอาตัวนักเรียบนขึ้นไปบนรถทางด้านเบาะหลังแล้วปิดประตูขับออกไป โดยภายในรถมีคนขับอยู่ด้านหน้าเพียงคนเดียว ที่เบาะหลังมี 2 คน บังคับให้ก้มหน้า สำหรับนักเรียนคนดังกล่าวนั่งชิดประตูด้านซ้าย

คนในรถพูดแต่เพียงว่า “เดี๋ยวจะไปส่งให้ถึงที่” พอรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนนใหญ่คนร้ายก็เริ่มผ่อนคลาย ยอมให้ลุกขึ้นมานั่งปกติ แต่ให้หันหน้าออกไปด้านนอก จังหวะนั้นเป็นช่วงที่รถติดมาก เด็กก็เลยตัดสินใจเปิดประตูรถ กระโดดหนีลงมา แต่ถูกคนร้ายตามยื้อยุดอยู่สักพัก แต่สุดท้ายเด็กก็วิ่งหนีมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นร.หญิงที่ประสบเหตุได้เดินทางไปที่โรงพักและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่เกิดเหตุโดนรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ฉุดที่บริเวณศาลากลางหลังเก่า โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมบริเวณดังกล่าวไว้ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

แตกตื่นระทึก! คนขับรถเมล์ช็อกตายคาพวงมาลัย ผู้โดยสารโดดบังคับรถวุ่น (คลิป)

เว็บไซต์ ซีซีทีวี ของทางการจีนรายงานว่า ผู้โดยสารรถเมล์แตกตื่นกันจ้าละหวั่น เมื่อจู่ๆ นายซ่ง อายุ 42 ปี คนขับรถเมล์ เกิดอาการช็อกกะทันหัน ในเมืองผูเถียน มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เมื่อเช้าวันที่ 15 ส.ค.

กล้องวงจรปิดในรถเมล์เผยให้เห็นนายซ่งหมดสติไป หลังขับออกจากป้ายรถเมล์ไม่ไกลนัก จนรถหักโค้งไปทางซ้าย ผู้โดยสาร 2 คน จึงรีบเข้าไปเหยียบเบรกและดึงกุญแจออกมา ก่อนช่วยกันจับพวงมาลัยบังคับรถให้เข้าป้ายรถเมล์อย่างปลอดภัย  อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยื้อชีวิตคนขับรถเมล์เอาไว้ได้

ที่มา>>>ข่าวสด

ลุงลงซื้อข้าวเสียบกุญแจคารถกลับมาจยย.ถูกฉกกลางรพ. วงจรปิดจับภาพคนร้ายชายขาเป๋ (คลิป)

คนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ภายในลานจอดรถโรงพยาบาลระนอง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายในขณะก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ จนท.ตำรวจระบุ คนร้ายลักษณะการเดินคล้ายคนขาเป๋ และขณะขับรถจักรยานยนต์ออกทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายน่าจะทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงเอาเสื้อคลุมที่พาดบ่ามา ทำการคลุมศีรษะ เพื่อไม่ให้กล้องจับภาพใบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.ค. พ.ต.ต.ธนกฤต ศรีนาค ร้อยเวร พงส.สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุ คนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าดรีม สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ภายในลานจอดรถ โรงพยาบาลระนอง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายในขณะก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ โดยผู้เสียหาย คือนายบุญโชติ รุจิกาญจนพิสุทธิ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/9  ถ.ท่าเมือง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ได้นำรถจักรยานยนต์เข้าจอดระหว่างทางลงอาคารผู้ป่วย ตึกธนาชีวิต เพื่อเดินไปซื้อแกงถุงภายในร้านค้าสวัสดิการของโรงพยาบาล และจอดไว้เพียง 10 นาที โดยเสียบกุญแจรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ เมื่อกลับมาที่จอดรถ จึงทราบว่ารถจักรยานยนต์ได้หายไปเสียแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกลักษณะและรูปพรรณคนร้ายในขณะก่อเหตุไว้ได้ โดยคนร้ายสวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดคอกลมสีฟ้า และทำท่าคล้ายลักษณะเดินโทรศัพท์ลงมาที่รถจักรยานยนต์ ก่อนจะเข้าลักทรัพย์สตาร์ทรถจักรยานยนต์ออกไปทันที ซึ่งท่าทางการเดินเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนระบุ คนร้ายลักษณะการเดินคล้ายคนขาเป๋ และขณะขับรถจักรยานยนต์ออกทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายน่าจะทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงเอาเสื้อคลุมที่พาดบ่ามา ทำการคลุมศีรษะ เพื่อไม่ให้กล้องจับภาพใบหน้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองระนอง  เร่งออกติดตามคนร้าย รายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!กระบะซิ่งชนจยย. 2 พ่อลูกดับขับหลบหนี ตร.เช็กวงจรปิดล่าตัว

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.ค. พ.ต.ท.สุรจิต ตะกรุดเดิม รอง ผกก.ป.สภ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับ ร.ต.อ.วีรยุทธ แซ่ลิ้ม ได้สำรวจภาพจากกล้องวงจรปิดจากกรณีรถกระบะ ชนกับรถ จักรยานยนต์มีสองพ่อลูกเสียชีวิต ที่ถนนสายบ้านแพน-บางขัน ม.6 ต.บางขัน อ.บางขัน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 ก.ค. แล้วขับหลบหนีไป โดยผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุคือนายพงศ์ศักดิ์ สุดชู อายุ 43 ปี และ ด.ญ.พรระวีย์ สุดชู อายุ 10 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.7 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน จ.นครรีธรรมราช และด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) วัย 6 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ จากการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพงศ์ศักดิ์ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อห้อฮอนด้า โซนิค สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปรับด.ญ.พรระวีย์ที่โรงเรียน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะสี่ประตู สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับมาด้วยความเร็วเสียหลักพุ่งชนอย่างจัง จนร่างสองพ่อลูกกระเด็นพลัดตกลงมาเสียชีวิตคาที่ จากนั้นรถกระบะก็ขับหลบหนีไปด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามคนขับรถกระบะคันดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โคตรเลว! ล่าโจรหื่นบุกปล้ำเลขาสาวสวย เหยื่อบอกเป็นเมนส์เลยบังคับใช้ปากแทน!!

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 18 มิ.ย. ร.ต.ท.หญิง เกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รองสว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกคนร้ายพยายามจะข่มขืนและลักทรัพย์สิน เหตุเกิดในห้องพักแพนเดีย  ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักชั้นสองห้อง พบ น.ส.เมย์ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี อาชีพเลขานุการร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อยู่ในอาการหวาดกลัวร้องไห้ฟูมฟาย ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกคนร้ายพยายามจะข่มขืน แต่ตนเองกลอุบายเอาตัวรอดคนร้ายมาได้ ก่อนที่คนร้ายจะลักทรัพย์เป็นเงินสด 3,000 บาท และปีนระเบียงหลังห้องหลบหนีไปตามหลังคา เมื่อตั้งสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว14662240731466224301l น.ส.เมย์ (นามสมมุติ) เล่าว่าหลังเลิกงานตนได้กลับมานอนที่ห้องพักเพียงลำพัง จนกระทั่งเผลอหลับไป สักพักได้ยินเสียงแปลกๆ ตนไม่ได้เอะใจคิดว่าเสียงลมพัดเพราะขณะนั้นมีฝนตกอย่างหนัก จนกระทั่งสังเกตเห็นเงาตะคุ้มเข้ามาประชิดตัวพร้อมเอามือปิดปาก พร้อมกับข่มขู่ว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าส่งเสียงแค่ต้องการจะมีอะไรด้วยเท่านั้น แต่หนูใช้อุบายโกหกว่าเป็นประจำเดือน จนคนร้ายหลงเชื่อจึงบังคับให้ใช้ปากอมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้นคนร้ายก็ได้หยิบเงินในกระเป๋าแล้วรีบหลบหนีไปดังกล่าว เบื้องต้นร.ต.ท.หญิง เกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รองสว.สอบสวน เจ้าของคดี ยังมีข้อสงสัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมเชื่อว่าคนร้ายน่าจะอาศัยอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ เพื่อไล่ล่าโจรหื่นกามรายนี้มาดำเนินคดีอย่างเร็วที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

2 มือปืนประกบยิงหนุ่มใหญ่เกาะสมุย กระสุนตุงท้ายทอย อาการโคม่า

หนุ่มใหญ่สุราษฎร์ จอดรถทำธุระ เจอคนร้ายยิงกระสุนตุงท้ายทอย อาการโคม่า พบประวัติเอี่ยวคดียานรก พยานเผย เห็น 2 คนขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากที่เกิดเหตุ คาดเป็นคนร้าย ขณะ ตร.บ่อผุด สันนิษฐานอาจเป็นมือปืนรับจ้าง

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 11 พ.ค. 59 พ.ต.ต.อุดมศักดิ์ ทัพภะ สว.สส.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้บาดเจ็บ บริเวณหน้าธนาคารถนนทวีราษฎร์ภักดี (ถนนสายรอบเกาะสมุย) ก่อนถึงสามแยกไฟแดงทางเข้าตลาดดาวซีฟู้ด จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนชายถูกยิง เสียชีวิตคาเบาะรถ ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กธ 5160 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ริมถนน ตรวจสอบพบภายในรถมีเลือดกระจายอยู่บริเวณเบาะฝั่งคนขับและพื้นถนนเป็นจำนวนมาก พบหัวกระสุนปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 2 หัว ตกอยู่ และมีปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 3 ปลอก ตกอยู่บนถนนห่างจากรถที่เกิดเหตุประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บพลเมืองดีได้นำส่ง รพ.กรุงเทพสมุย ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อ นายสุวรรณ อนุอินทร์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/4 ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ถูกยิงเข้าบริเวณใต้คางขวากระสุนทะลุแก้มซ้าย 1 นัด และที่ปากกระสุนฝังบริเวณท้ายทอย 2 นัด อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย โดยก่อนเกิดเหตุ นายสุวรรณ ขับรถมาจอดรถริมถนนเพื่อจะลงมาทำธุระ ก่อนที่คนร้ายจะเข้าก่อเหตุกระหน่ำยิงดังกล่าว

จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะนั่งอยู่ภายในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด จึงะวิ่งออกมาดูพบชาย 2 คน ซ้อนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาวแดง (ไม่ทราบทะเบียน) เร่งเครื่องหนีออกจากที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายยิงคนเจ็บ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ และนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน และการยิงที่แม่นยำ คาดว่าผู้ที่ก่อเหตุอาจเป็นมือปืนรับจ้าง ส่วนประเด็นสาเหตุอาจจะเกิดจากการขัดแย้งผลประโยชน์บางอย่าง เพราะจากการตรวจสอบในรถของผู้บาดเจ็บ พบเอกสารการประกันตัวในชั้นศาล คดียาเสพติดของผู้บาดเจ็บด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบประวัติผู้ที่ถูกยิงอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดในการตามประกบยิงในครั้งนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ผมไม่ใช่คนเลวร้าย! มือปาหินน้อยใจถูกประณาม ยันโดนด่าให้ไปตาย

มือปาหินใส่รถเก๋งพ่อแม่ลูกชนเสาไฟฟ้าข้างทางที่ภูเก็ต วอนสังคมอย่าประณาม ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ สารภาพบันดาลโทสะ ทั้งถูกปาดหน้า ตะโกนด่าให้ไปตาย และไม่รู้ว่าในรถมีเด็ก ชี้เป็นอุทาหรณ์ของผู้ใช้รถใช้ถนน…

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2559 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาบริเวณ ถ.เทพกระษัตรี ตรงข้ามซอยแหลมหิน ต.รัษฎา อ.เมือง โดยผู้ต้องหาคือ นายอนุชา ยีมูดา อายุ 20 ปี ใช้ก้อนหินปาใส่กระจกรถเก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กบ 5271 ภูเก็ต จนเป็นเหตุให้รถเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง มีผู้บาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินส่วนบุคคลเสียหายภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพผู้ต้องหาในคดีใช้ก้อนหินปาใส่กระจกรถเก๋ง

พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า หลายคนคงทราบกันดีแล้วว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสาเหตุขับรถปาดหน้ากัน ด่าทอกัน จนเกิดบันดาลโทสะ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีการนำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดไปเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียต่างๆ แล้ว คดีก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนจะมีคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จากการพูดคุยกับนายอนุชา ผู้ต้องหา พบว่าทำไปเพราะเหตุบันดาลโทสะ หลังจากถูกขับรถปาดหน้าและถูกต่อว่า ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาในการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสภาพของรถเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้อยใจว่า ตนเองไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่คนในโลกโซเชียลกล่าวหา หรือ ประฌาม เหตุการณ์ดังกล่าวตนเองต้องการที่จะขี่รถไปบอกคนขับรถเก๋งให้ขับรถดีๆ มิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ แต่คนขับกลับไม่ฟังและยังต่อว่ากลับมา ทำให้ตนเองเกิดบันดาลโทสะหยิบก้อนหินข้างถนนขว้างปาใส่รถ และไม่คิดว่าในรถจะมีเด็ก ถ้ารู้คงไม่ทำอย่างแน่นอน ถ้ายังทำ ตนก็ไม่ใช่คนแล้ว ส่วนคนที่วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงไม่สมควรที่จะมาวิจารณ์หรือประฌามในสิ่งที่ไม่จริง หรือเกินความเป็นจริง ซึ่งสิ่งที่ตนเองทำลงไป ยอมรับว่าโมโห แต่ขอวอนสังคมพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ด้าน พร้อมกับขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

“ขอฝากไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน อย่าใจร้อน หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกัน มิฉะนั้นจะเป็นเหมือนผม ที่ต้องกลายเป็นผู้กระทำผิด” นายอนุชา กล่าว.

ที่มา>>>Thairath