ปิ๊ง‘โปเกมอนช่วยชาติ’ ปล่อยตัวหายากกระตุ้นเที่ยวไทย

 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว่า ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เสนอขอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาให้วันที่ 26-27 ก.ย. เป็นวันหยุดต่อเนื่องจากวันเสาร์ อาทิตย์ ที่ 24-25 ก.ย. เพื่อให้มีวันหยุด 4 วัน เป้าหมายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศนั้น ต้องหารือกับกระทรวงอื่น หรือหน่วยงานอื่นๆ ก่อน อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม เพราะพอจะเข้าใจว่า หากมีวันหยุด อาจจะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในส่วนภาคการผลิต แต่อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ต้องจับตาสถานการณ์ผลกระทบอย่างใกล้ชิด เพราะการท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ทางหน่วยงานรัฐก็ไม่ต้องประมาท

เบื้องต้นหลังหารือทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการการท่องเที่ยวขณะนี้เหตุการณ์ยังคงปกติ กระทรวงยังคงยืนยันเป้าหมายรายได้ที่ 2.41 ล้านล้านบาทในปีนี้ โดยสั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำหนดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวไทย โดยได้มีการเร่งระดมวิธีการทำงานเชิงรุก และระดมทีมบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ในทุกพื้นที่ที่เกิดเหตุความไม่สงบขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นเจ้าหน้าที่ทำงานและคอยดูแลอย่างดี นักท่องเที่ยวทุกรายมีกำลังใจดี มีความเข้มแข็ง เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีความรู้สึกที่ดีกับประเทศไทยจากการที่ได้ดูแลและเยียวยาในทุกมาตรการที่ไทยสามารถทำได้กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

นางกอบกาญจน์ กล่าวอีกว่าประสานไปยังเจ้าของลิขสิทธิ์ โปเกมอนโกในประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ด้วยการปล่อยโปเกมอนตัวหายาก รวมถึงการเพิ่มจุดโปเกสต๊อป และ ยิม ให้มากขึ้น ตามแหล่งท่องเที่ยว ที่เหมาะสม เพื่อตึงดูดนักท่องเที่ยว โดยกระทรวงจะทำแผนที่และคู่มือการเล่นโปเกมอนอย่างปลอดภัย เพื่อบอกตำแหน่งเล่นที่ปลอดภัยให้ ซึ่งการประสานเจ้าของลิขสิทธิ์ครั้งนี้ ยอมรับเป็นอีกมาตรการที่จะช่วยพื้นฟูความเชื่อมั่น จะเรียกว่า‘โปเกมอน ช่วยชาติ’ก็ได้
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า อีกประมาณ 1-2 สัปดาห์น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนจาก บริษัททรู คอร์เปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) เจ้าลิขสิทธิ์เกมส์ “โปเกมอนโก” ในเมืองไทยหลังได้เข้าหารือและเสนอให้ โปเกมอนโกร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อดึงความเชื่อมั่นหลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นในหลายจุด โดยเสนอเจ้าของลิขสิทธิ์ให้นำโปเกมอนไปปล่อยในจุดแสนมาร์ค ที่เกิดระเบิดทุกจังหวัดใน 7 จังหวัด เช่น หัวหินก็ปล่อยที่หอนาฬิกา เพิ่มจำนวนตัวหายากในแหล่งสำคัญ โดยตัวหายากต้องเป็นตัวพิเศษ ที่มีความเป็นไทย ด้านนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) กล่าวว่า ในเรื่องวันหยุดยาว หากมองในทางทฤษฎี ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเมื่อมีการเดินทาง ก็จะเกิดการจับจ่ายใช้สอย โดยสังเกตจากการกดเงินตู้เอทีเอ็มธนาคาร แต่จริงๆ แล้ว อยากให้พิจารณาความเหมาะสมของช่วงเวลาในการนำมาตรการมาใช้ให้ได้ผลสูงสุด เพราะตามปกติการอนุมัติวันหยุดเสริมมักเกิดในช่วงเทศกาล ที่เป็นแม่เหล็กชักชวนให้คนเดินทางออกอยู่แล้ว เช่น มีงานบุญ งานประเพณี แต่กรณีนี้คือการอนุมัติเพิ่มเติมถึง 2 วัน ก็ต้องประเมินกันอย่างถี่ถ้วน และอาจจะต้องรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลได้ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง เช่น สำรวจการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารในช่วงก่อนวันหยุดยาวว่ามีการสะพัดเพิ่มกว่าวันหยุดธรรมดาอย่างไร
“คณะกรรม สทน.ได้หารือกันภายในได้ข้อสรุปแล้วว่า จะกระตุ้นให้สมาชิกบริษัทนำเที่ยวภายในประเทศ เร่งพิจารณาการออกแบบแพ็คเกจทัวร์ตามล่าโปเกมอนขึ้นมาจำหน่ายให้กับผู้เล่นที่มีความสนใจในเกมนี้ คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักเล่นเกมชาวไทยจำนวนมาก นอกจากนั้นยังสามารถขยายผลไปจัดแพ็คเกจทัวร์ขายวัยรุ่นในกลุ่มประเทศอาเซียนที่สนใจเล่นเกมนี้ให้มาล่าตัวโปเกมอนหายากที่เตรียมปล่อยในไทยด้วย โดยกำชับว่าการทำตลาดด้วยเส้นทางนี้จะต้องรวดเร็วไม่เกินเดือนต.ค.นี้ เนื่องจากประเมินว่ากระแสความนิยมเกมในลักษณะนี้จะผ่านจุดสูงสุดไปอย่างรวดเร็วและเริ่มนิยมลดลงภายในปีนี้ นายยุทธชัย กล่าวอีกว่าหากภาครัฐสามารถสรุปแนวทางร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ว่ามีมาตรการกระตุ้นในพื้นที่ระเบิดที่ได้รับผลกระทบ ก็พร้อมจัดแพ็คเกจทัวร์ตามรอยโปเกมอน ในพื้นที่ดังกล่าวทันที ซึ่งการปรับตัวเรื่องการจัดแพ็คเกจนี้ คาดว่าจะเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยดึงตลาดคนไทยกลับมาได้หลังจากสูญเสียตลาดนักท่องเที่ยวให้กับการท่องเที่ยวอาเซียนไปพอสมควรตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันแพ็คเกจทัวร์อาเซียนลดระดับราคาลง 10% เริ่มต้นที่ 1.1-1.2 หมื่นบาท เป็นผลมาจากการขยายเส้นทางของสายการบินโลว์คอสต์ที่หลากหลาย รวมถึงราคาน้ำมันที่ลดลง

ที่มา>>>ข่าวสด

ส้มโอขาวใหญ่ราคาพุ่ง ลูกเป็นร้อย! เจ้าของนอนเฝ้าสวน หวั่นโจรจ้องขโมย

หลังราคาส้มโอขาวใหญ่พุ่งสูง ตกผลละกว่า 100 บาท ส่งผลให้ชาวสวนในพื้นที่ จ.เชียงราย หวั่นโจรเข้ามาขโมย จัดเวรยามเฝ้าทั้งกลางวัน กลางคืน ด้าน วิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก ย้ำส้มช่วงนี้เป็นส้มแก่แค่ 85% เหมาะกับการส่งออก ส่วนคนไทย แนะควรกินช่วง มิ.ย.- ก.ย.

วันที่ 26 พ.ค.59 นายวุฒิพงษ์ คำลือ ประธานวิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก จ.เชียงราย เปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวว่าส้มโอขาวใหญ่ของ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ราคาสูงถึง กก.ละ 65 บาท ชาวสวนต่างวิตกกังวลว่าส้มภายในสวนที่ยังไม่ได้ตัดออกมาขายจะถูกลักขโมย จึงต้องพาไปนอนเฝ้ากันถึงในสวน ออกเวรยามคอยเฝ้าตลอดทั้งกลางวัน และกลางคืนอย่างกรณีของ นางมาลี เรียงยาย ชาวสวนส้มโอบ้านหล่ายงาว ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ปีนี้ราคาส้มโอทั้งพันธ์ทองดี และขาวใหญ่ ราคาสูงกว่าทุกปี ถือเป็นราคาที่ดีมาก โดยส้มโอทองดี ราคาเป็นผล ผลละ 36 บาท ต่อน้ำหนักไม่เกิน 1.20 กก. ส่วนพันธุ์ขาวใหญ่ กก.65 บาท ซึ่งพันธุ์ขาวใหญ่ จะมีน้ำหนักตั้งแต่ 1-3 กก. ขณะนี้ทั้งสองชนิดพันธุ์ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดส่งออกต่างประเทศ เช่น พันธุ์ทองดี ส่ง ฮ่องกง พันธุ์ขาวใหญ่ ส่งคุนหมิง จีน สวนของตนปลูกทั้งสองชนิดพันธุ์ กว่า 200 ต้น ผลผลิตก็จะทยอยตัดส่งขายให้กับล้ง หลังจากราคาสูงขึ้น ตนจึงห่วงอาจมีขโมยมาลักเก็บไปขาย จึงต้องมานอนเฝ้าสวนกับบุตรชาย จนกว่าจะเก็บผลผลิตออกหมดป้องกันไว้ก่อนนายวุฒิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เกษตรกรในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ทำสวนส้มโอเป็นส่วนใหญ่ โดยมีพื้นที่ปลูกส้มมากกว่า 3,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยประมาณกว่า 10 ล้านลูกต่อปี พันธุ์ที่ปลูกและส่งออกขายดีที่สุด คือ พันธุ์ทองดี ขาวใหญ่ และเซลเลอร์ สำหรับส้มโอเวียงแก่น นอกจากเป็นส้มโอแหล่งเดียวของประเทศ ที่สามารถส่งออกไปยังกลุ่มประเทศยุโรปหรืออียู ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7 และยังส่งออกไปยังกลุ่มอาเซียนเช่น จีน และฮ่องกงที่เป็นตลาดใหญ่ส้มโอเวียงแก่น และรอบบ้าน สปป.ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม มาเลเซีย อีกด้วย

นายวุฒิพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนส้มโอที่เก็บเกี่ยวผลผลิตขณะนี้ เป็นส้มโอรุ่นแรกของปี ที่กำลังเริ่มแก่ขนาดความแก่ 85% ใช้เวลาหลังเก็บจากต้นต้องไม้ต่ำกว่า 10-15 วันจึงจะรับประทานได้ ฉะนั้นจึงยังไม่เหมาะกับบริโภคในเมืองไทย ช่วงเวลาที่เหมาะจะบริโภคของคนไทยจะเป็นส้มที่ออกช้ากว่ารุ่นแรก ขนาดจะใหญ่รสชาติจะดีคือช่วง เดือนมิถุนาน-กันยายนของทุกปี

ที่มา>>>Thairath

ลิตรละ 300 ก็ซื้อ! เห็ดถอบจากป่า หากินได้ปีละครั้ง

พ่อค้าแม่ค้าเริ่มนำเห็ดถอบ หรือเห็ดเผาะ ที่รับซื้อจากคนหาของป่า มาขายในตลาดสดพะเยา โดยราคาลิตรใหญ่ 300 บาท ซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่ยอมจ่าย เนื่องจากหาทานได้ปีละครั้ง อีกทั้งรสชาติหวานกรอบ นำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู …

วันที่ 17 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในตลาดสดเมืองพะเยา ว่ามีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า เอาเห็ดถอบ หรือเห็ดเผาะ ที่ชาวบ้านหาได้ตามป่า หลังฝนเริ่มตกมาวางขาย โดยมีคนเลือกซื้อนำไปประกอบอาหารเป็นจำนวนมาก แม้จะมีราคาแพงตั้งแต่ 150-300 บาท เนื่องจาก 1 ปี จะมีเห็ดถอบให้รับประทานเพียง 1 ครั้โดยแม่ค้าที่นำเห็ดมาขาย ระบุว่า ช่วงนี้เห็ดถอบกำลังออก และมีราคาแพง ขายลิตรตวงใหญ่ 300 บาท และลิตรตวงเล็ก 150 บาท ซึ่งช่วงนี้เห็ดออกมาใหม่ ทำให้ราคาแพง หากผ่านพ้นไปราคาก็จะลดลง เพราะมีเห็ดออกมามาก ซึ่งตนไปรับมาจากกลุ่มชาวบ้านที่ไปหาของป่ามาอีกที ซึ่งต้นทุนที่รับมาก็แพงแล้ว ทำให้ราคาขายต่อสูงไปด้วย โดยเห็ดถอบ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งต้ม, ผัด และอื่นๆ แล้วแต่ว่าจะเอาไปทำอะไร ซึ่งเห็ดถอบที่ผ่านการต้มให้สุกแล้วจะอร่อย กรอบ มันผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสังเกต ผู้ซื้อส่วนใหญ่พอใจกับราคาขายของเห็ดถอบ ไม่ค่อยมีต่อราคาแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นอาหารที่ 1 ปี จะมีให้ทานครั้งเดียว ยกเว้นเห็ดถอบที่เพาะขึ้นมาเอง นอกฤดูกาล ซึ่งรสชาติหรือความอร่อยจะผิดกับเห็ดที่เก็บมาจากป่าโดยตรง นอกจากนี้ บางคนยังเชื่อว่า กินเห็ดถอบแล้วมีแฮง (กินแล้วแข็งแรง).

ที่มา>>>Thairath

บึงบอระเพ็ดน้ำเแห้ง เรือนำเที่ยวขาดรายได้ จอดทิ้งกว่า 2 เดือน

เรือนำเที่ยวในบึงบอระเพ็ด จำนวนกว่า 10 ลำ ขณะนี้ ต้องจอดเรือทิ้งไว้นานกว่า 2 เดือน เนื่องจากเกือบทุกพื้นที่ของบึงบอระเพ็ดแห้งขอด หลังประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้ขาดรายได้และได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก…

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนำเที่ยวในบึงบอระเพ็ด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ กว่า 10 ลำ ไม่สามารถพานักท่องเที่ยวออกเรือชมนก ชมบัว ภายในบึงบอระเพ็ดได้ ต้องจอดทิ้งไว้นานกว่า 2 เดือน เนื่องจากเกือบทุกพื้นที่ของบึงบอระเพ็ดนั้น แห้งขอดจนเกิดเนินดินหลายจุดและเป็นบริเวณกว้าง หลังประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนักโดยทางผู้ขับเรือนำเที่ยวบึงบอระเพ็ดบอกว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระดับน้ำในบึงบอระเพ็ดลดลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดเนินดินทั่วบริเวณ ทำให้เดินเรือไม่ได้แล้ว และปัญหาภัยแล้งนี้ยังรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ความงามของพันธุ์พืช ดอกบัว นกสายพันธุ์ต่างๆ หายไปด้วยเช่นกัน ซึ่งจากเดิมสามารถนำเที่ยวได้มากถึง 2-4 ครั้ง/วัน แต่ปัจจุบันต้องจอดทิ้งไว้ ทำให้ขาดรายได้และได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และคงจะต้องรอช่วงเข้าสู่หน้าฝนหรือหน้าน้ำเท่านั้น จึงจะสามารถขับเรือนำเที่ยวได้เช่นเดิม

ที่มา>>>Thairath

อย่าลืมหวยออก 2พ.ค.! เลข ‘บรรหาร’ เกลี้ยง เลขอื่นเหลือบาน

คอหวยยังเพลียจากพิษเศรษฐกิจ แผงขายลอตเตอรี่ที่กระบี่ค่อนข้างเงียบเหงา คนออกมาซื้อเลขท่านบรรหาร อดีตนายกฯ ส่วนเลขอื่นเหลือบานเบอะ แม่ค้าบอกเหลือก็จะเก็บไว้ลุ้นเองไม่ยอมขายลดราคา…อย่าลืม งวดนี้หวยออก 2 พ.ค.

วันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงดวง บริเวณย่านการค้ากลางเมืองกระบี่ ซึ่งมีแม่ค้าพ่อค้าลอตเตอรี่ตั้งแผงขายกว่า 20 ราย พบว่าก่อนหวยออกยังมีเหลือลอตเตอรี่จำนวนมาก บางแผงขายได้แค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แม้ว่างวดนี้จะมีเลขดังหลายเลข รวมทั้งเลขของอดีตนายกรัฐมนตรี นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ถึงแก่อนิจกรรม ทั้งเลข 83, 84, 21 ถูกกว้านซื้อหมดไปก่อนหน้านี้แล้ว

จากการสอบถาม แม่ค้าพ่อค้าลอตเตอรี่บอกว่า งวดนี้ยังคงขายไม่ออก แม้จะมีเลขดังออกมาให้คอหวยได้หาซื้อแต่ก็หมดไปอย่งารวดเร็ว ซึ่งยังคงรอในวันพรุ่งนี้ไปจนถึงวันหวยออก อาจจะมีผู้มาหาซื้อมากขึ้น แต่หากเหลือก็จะเก็บไว้ลุ้นรางวัลเอง คงไม่ลดราคา เพราะไม่คุ้มกับต้นทุน ส่วนสาเหตุที่หวยขายยากนั้น ช่วงนี้ปิดเทอม และสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ทำให้มีผู้มาซื้อน้อยลง

สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนี้ เลื่อนจากวันที่ 1 พ.ค.59 ซึ่งเป็นวันหยุดวันแรงงานแห่งชาติ ไปออกรางวัลในวันที่ 2 พ.ค.แทน.

ที่มา>>>Thairath

‘ 5 สวนผลไม้ ‘อิ่มอร่อย..แบบบุฟเฟ่ต์‘ ในภาคตะวันออก

สาวก..บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ทั้งหลายโปรดทราบ..!! เตรียมใจ เตรียมกาย ให้พร้อมกับบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ภาคตะวันออก ที่จะขนมาทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด มาเอาใจคนชอบผลไม้โดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดฤดูกาลในแต่ละสวนตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2559 เป็นต้นไป

1. สวนละไม Suan Lamai จ.ระยอง

สวนเปิดกิจกรรมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ถึง 14 สิงหาคม 2559 รายละเอียดกิจกรรมเบื้องต้น

1. นั่งรถรางขึ้นชมสวนผลไม้บนภูเขา

2. จุดที่หนึ่ง แวะเที่ยวชมในสวนเงาะ สวนมังคุดพร้อมทานเครื่องดื่มและของว่างรองท้องที่อาคารในสวนเงาะ พร้อมจุดชมวิวสวนผลไม้ และจุดถ่ายรูปสวยๆ ในบริเวณสวนเงาะ

3. จุดที่สอง ทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมด้วยข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ทอด และของหวานต่างๆมากมาย ตามรายการที่สวนจัดเตรียมไว้ให้ ที่อาคารบุฟเฟ่ต์พร้อมบรรยากาศบนเขา

4. เที่ยวชมฟาร์มแกะบรรยากาศสุดชิล สัมผัสน้องแกะอย่างใกล้ชิด สามารถเล่น ถ่ายรูป และป้อนหญ้าได้อย่างสนุกสนาน และเป็นกันเอง

ราคาค่าเข้า

บัตรผู้ใหญ่ ราคา 400 บาท

บัตรเด็ก ราคา 200 บาท

– เด็กความสูงน้อยกว่า 100 ซม. = ฟรี

– เด็กความสูง 100-120 ซม. = 200 บาท

– เด็กความสูง 120 ซม. ขึ้นไป = 400 บาท

(กิจกรรมดังกล่าว ไม่จำกัดเวลา รถรางจะมีบริการคอยรับ-ส่ง ตามจุดบริการ และอาคารต่างๆตลอด)

บุฟเฟ่ต์ผลไม้ของจริง…ต้องที่ สวนละไม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง นะครับ!!!

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 17.00 น. ทุกวันตามช่วงเวลาดังกล่าว สามารถมาซื้อบัตรที่หน้าสวนวันที่มาเที่ยว  โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า!!!

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/Suanlamai , www.suanlamai.com

2. สวนยายดา – เจ๊บุญชื่น (Suan-Yai-Da) จ.ระยอง

สำหรับสวนยายดาในปีนี้จะเปิดให้บริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป มีทุเรียนหมอนทอง เงาะ สละ ขนุนพร้อม ข้าวเหนียวมูนและน้ำกะทิทุเรียนให้ได้ทานกันอย่างเต็มอิ่ม ราคาค่าเข้า :

ผู้ใหญ่ 300 บาท

เด็กสูง 100-120ซม. 150 บาท

เวลาเปิด-ปิด : 8.00- 17.00น.

หมายเหตุ : ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ผลไม้จะยังไม่ค่อยเยอะ ผลไม้จะเริ่มสุกเยอะในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เพราะปีนี้ผลไม้ออกช้า ช่วงแรกนี้ผลผลิตยังสุกไม่มากอาจจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เยอะ แนะนำให้นักท่องเที่ยวโทรสอบถามข้อมูลก่อนจะมา

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : 038-664369, 089-0991297, 089-0431330

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/Suanyaida

3. สวนลุงทองใบ จ.ระยอง

สวนลุงทองใบท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนเริ่มเปิดเข้าชม ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2559  รายละเอียดของกิจกรรม

– นั่งรถไปชมบรรยากาศสวนผลไม้

– ทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ 5 ชนิด เช่น ทุเรียน,เงาะ,มังคุด,ลองกอง,สละ,และไอศกรีมทุเรียน

ราคาค่าเข้า : 300 บาท

เวลาเปิด-ปิด : 09.00-17.00 น. (ทุกวัน)

เบอร์โทรติดต่อ : 083-7696172,089-8106411,092-330-8144

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/SwnLungThxngbiThxngTheiywCheingKestr

4. สวนลำดวน

สวนลำดวนจะเปิดให้ ชม ชิม อิ่ม อร่อยในวันที่1 พฤษภาคม 2559 ภาพประกอบเนื้อหา
เบอร์โทรติดต่อ : 089-9333798

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/suanlamduan

5. สวนแสงแดด

บริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้ จำหน่ายอาหารพื้นบ้าน และของฝาก ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2559  โดยอัตราค่าเข้าชมสวน พร้อมทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคาค่าเข้า :

ผู้ใหญ่ 300 ฿

เด็ก 150 ฿

เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.เป็นต้นไป

เบอร์โทรติดต่อ : 0818020060 , 0818651276

ขอบคุณข้อมูล จาก https://www.facebook.com/suansaengdad/

ที่มา>>>Sanook

[wpdevart_like_box profile_id=”504378419709527″ connections=”show” width=”300″ height=”550″ header=”small” cover_photo=”show” locale=”en_US”]

เริ่มวันนี้ห้ามแผงปากคลองฯ ขายตอนกลางวัน-ส่วนกลางคืนผ่อนผันให้ขายได้ถึง 1 มิถุนายนนี้

เริ่มวันนี้ 1 เม.ย. กลางวันห้ามขายบนทางเท้าปากคลองตลาด กทม.เตรียมปรับปรุงเป็นถนนแห่งวัฒนธรรม ชวนนักท่องเที่ยวชมตลาดดอกไม้เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีเพียร ที่ ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกทม. และคณะทำงาน ประชุมเตรียมความ พร้อมจัดระเบียบผู้ค้าปากคลองตลาด โดยนายวัลลภกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการย้ำการดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ปากคลองตลาด ซึ่งตามกำหนดการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป จะต้องไม่มีผู้ค้า ทำการค้าขายบนทางเท้าบริเวณปากคลองตลาดในช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืน ยังอนุโลมให้ผู้ค้าสามารถขายได้ตั้งแต่ 20.30-04.30 น. ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2559 ซึ่งวันที่ 1ก.ค.2559 จะไม่มีการค้าขายบนทางเท้าตลอดทั้งวัน

สำหรับพื้นที่ทางเท้าภายหลังผู้ค้าย้ายออกไปแล้ว คณะทำงานได้หารือถึงแนวทางการเข้า ไปปรับปรุงพื้นที่ โดยจะปรับปรุงให้เป็นถนนแห่งศิลปวัฒนธรรม ที่มีดอกไม้เป็นส่วนสำคัญ รวมถึงพัฒนาทางเดินเท้าพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ หน้าโรงเรียนสวนกุหลาบฯ วิทยาลัยเพาะช่าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมาชมตลาดดอกไม้ ขณะที่บริเวณวัดราชบูรณะราชวรวิหาร (วัดเลียบ) ซึ่งผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งได้รวมตัวกันไปเช่าพื้นที่เพื่อทำการค้าขาย กทม.จะส่งเสริมให้ที่แห่งนี้เปรียบเสมือนปากคลองตลาด 2 หรือเป็นตลาดปากคลองตรีเพชร นอกจากนี้ จะขอความร่วมมือเจ้าของอาคารบริเวณปากคลองตลาด หากจะปรับปรุงหรือดัดแปลงอาคารให้คงรูปแบบเดิมมากที่สุด เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นรูปแบบของอาคารอนุรักษ์

นายวัลลภกล่าวด้วยว่า ส่วนแนวคิด หรือข้อเสนอให้ทำถนนคนเดินในจุดที่มีการยกเลิกจุดผ่อนผันไปแล้ว เหมือนกับสีลมถนนคนเดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา.

ที่มา>>>Thairath

สตรอเบอรี่ 88 สายพันธุ์ไทย ละลายในปาก..ชิงตลาดพรีเมียม

สตอเบอรี่1

มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงปลูกสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 และพันธุ์ 329 ป้อนให้กับ บ.ดอยคำ ผลิตภัณฑ์อาหาร สร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่ต่ำกว่าไร่ละ 80,000 บาท มานานกว่า 10 ปี…ล่าสุดเตรียมส่งสตรอเบอรี่พันธุ์ใหม่ พันธุ์พระราชทาน 88 ตีตลาดพรีเมียม สกัดดาวรุ่งสตรอเบอรี่เกาหลีที่ขณะนี้กำลังฮอตฮิตติดตลาดในบ้านเรา

สตอเบอรี่2

“สตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 88 เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์พระราชทาน 80 กับพันธุ์พระราชทาน 60 วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์โดยมูลนิธิโครงการหลวง มาตั้งแต่ปี 2550 และได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร”

สตอเบอรี่3

จุดเด่นของสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 88 ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ประสานงานไม้ผลขนาดเล็ก-ร้อน มูลนิธิโครงการหลวง หัวหน้าคณะผู้วิจัย อธิบายว่า ลักษณะรูปร่างของผลจะคล้ายหัวใจมากกว่าสายพันธุ์อื่น ผิวสวย ไม่มีขนติดผิวผล

สตอเบอรี่4

ขนาดของผลค่อนข้างสม่ำเสมอ สีส้มแดงถึงแดงสด เนื้อละเอียดแน่น สีแดงสลับขาว หวานกว่าสายพันธุ์อื่น (15-20 บริกซ์) แทบจะไม่มีรสเปรี้ยวติด กลิ่นหอมโดดเด่นกว่าทุกสายพันธุ์ที่เคยมีมา ที่สำคัญรับประทานแล้ว สัมผัสแรก…เนื้อสตรอเบอรี่แทบละลายในปาก ผสานกับความหอมหวานที่มิอาจพบได้ในสายพันธุ์อื่น

ด้วยเหตุนี้ปี 2560 มูลนิธิโครงการหลวง และดอยคำ จึงเตรียมส่งเสริมเกษตรกรปลูกขายตลาดพรีเมียมเกรด เน้นคุณภาพเป็นหลัก ส่งขึ้นห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หวังแข่งขันทดแทนการนำเข้าสตรอเบอรี่จากต่างประเทศ โดยเฉพาะสตรอเบอรี่เกาหลีราคาแพง ตั้งแต่แพ็กละหลายร้อยถึงหลักพัน

สตอเบอรี่5

สตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 88 ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ และทดลองปลูกที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ขณะนี้มีต้นพันธุ์แล้วกว่า 10,000 ต้น พร้อมเตรียมคัดเลือกแปลงที่เหมาะสม ส่งเสริมเกษตรกรบนดอยต้นกำเนิดทดลองปลูก ก่อนขยายสู่พื้นที่อื่นตามความเหมาะสมต่อไป

สตอเบอรี่6

เป็นพันธุ์ที่เหมาะกับอากาศไม่หนาวเย็นเกินไป อุณหภูมิระหว่าง 15-25 องศา ชอบแดดจัด แต่ไม่ชอบชื้นเกินไป ส่วนการปลูกและการดูแลแทบไม่ต่างจากพันธุ์เดิมที่เกษตรกรคุ้นเคย…แต่เมื่อออกดอกจะแทงช่อออกมานอกพุ่ม ทำให้แมลงมาผสมเกสรได้ง่าย ให้ลูกดกใกล้เคียงกับพันธุ์ 80 ประมาณไร่ละ 1.5-3 ตัน ค่อนข้างปลอดโรคและแมลงศัตรูพืช เพราะช่อดอกไม่ต่ำจนสัมผัสกับพื้นเหมือนพันธุ์ดั้งเดิม

จึงเป็นพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อสยบสตรอเบอรี่เกาหลี ขยี้สตรอเบอรี่อเมริกา ข่มชะตาสตรอเบอรี่นอกอย่างแท้จริง.

กรวัฒน์ วีนิล

ที่มา>>>Thairath

เรือด่วนเจ้าพระยาขึ้นค่าโดยสารวันแรก

เรือด่วน

ประชาชน ยังใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา คึกคัก แม้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารวันนี้วันแรก

บรรยากาศการเดินทางของประชาชนโดยเรือด่วนเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือมหาราช เช้าวันนี้ ยังเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากยังคงทยอยเดินทางโดยเรือด่วนเจ้าพระยา ในช่วงเวลาเร่งด่วน แม้ว่าได้มีการประกาศปรับขึ้นราคาค่าเรือโดยสาร 1 บาท ทุกประเภท เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซล ได้ปรับราคามากกว่า 21 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นวันแรก โดยเรือประจำทางทุกท่า จากราคา 7 บาท 9 บาท และ 11 บาท ปรับขึ้นเป็นราคา 8 บาท 10 บาท และ 12 บาท เรือด่วนธงส้ม จากราคา 13 บาท เป็นราคา 14 บาท เรือด่วนธงเหลือง จากราคา 18 บาท เป็น ราคา 19 บาท และเรือด่วนธงเขียว จากราคา 18 บาท 30 บาท เป็นราคา 19 บาท และ 31 บาท พร้อมกันนี้ บริเวณท่าเรือมหาราช ได้มีการติดป้ายแสดงราคาและประกาศอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้

ทั้งนี้จากการสอบถามประชาชนบางส่วน ได้กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารในครั้งนี้มองว่าเป็นไปตามราคาน้ำมันที่ขยับขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบต่อค่าครองชีพบ้าง แต่เชื่อว่าจะกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และจะยังเลือกใช้บริการ เนื่องจากสามารถช่วยประหยัดเวลาเดินทาง โดยเฉพาะเวลาชั่วโมงเร่งด่วน

ที่มา>>>sanook

ทำไมราคาน้ำมันลง หุ้นตกตาม??

เราลองย้อนกลับไปดูเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา กลุ่ม OPEC คือกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันเพื่อส่งออก (ประกอบด้วยประเทศแอลจีเรีย ไนจีเรีย อิหร่าน อิรัก ลิเบีย คูเวต กาต้าร์ อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย เวเนซูเอล่า) ยืนยันผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้นทุนเขาต่ำกว่าผู้ผลิตรายใหม่ เช่น สหรัฐฯ ที่ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน ซึ่งเราเรียกว่า Shale gas จึงทำให้เกิดเกมส์ที่ต้องบีบให้รายใหม่ล้มหายออกจากตลาดไป เมื่อน้ำมันล้นตลาด ราคาจึงปรับลงจาก 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ 26 ดอลลาร์สหรัฐฯ และตลาดหุ้นไทยตกจาก 1,500 จุดมาจุดต่ำสุด 1,220 จุด เช่นกัน

ราคาน้ำมัน1

ลองวิเคราะห์ง่ายๆนะคะ ราคาน้ำมันลง หุ้นตก ตามเพราะอะไร??
1. ดัชนีตลาดหุ้นไทย ประกอบด้วย กลุ่มที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สัดส่วนดังนี้
– กลุ่มพลังงาน (ENERG)                                 สัดส่วน   15.21%
– กลุ่มธนาคาร (BANK)                                   สัดส่วน    15.13%
– กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)     สัดส่วน      9.39%
– กลุ่มพาณิชย์ (COMM)                                  สัดส่วน      8.49%
– กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ (TRANS)                   สัดส่วน       7.50%
– กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (PROP)                           สัดส่วน      7.18%
– กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (CONMAT)                          สัดส่วน      6.31%
– กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (FOOD)                     สัดส่วน      6.18%
2. กลุ่มพลังงานที่เป็นพี่ใหญ่ สัดส่วน Market Cap สูงถึง 15.21% ประกอบด้วยหุ้นอะไร??
– PTT      สัดส่วน 5.49%
– PTTEP  สัดส่วน 1.86%
– PTTGC สัดส่วน 1.07%

ด้วยความเป็นกลุ่มใหญ่ที่มาคำนวณดัชนี เมื่อราคาน้ำมันลง ราคา PTT ปรับตัวลง จึงทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ตกตามมานั่นเอง ในทางกลับกัน ถ้าราคาน้ำมันมีแนวโน้มขึ้น วิเคราะห์ได้เลยหุ้นที่จะขึ้นแรง คือ “PTT” และสิ่งที่ตามมาคือ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ขึ้นตามด้วยเช่นกัน ว๊าวว!! เป็นการวิเคราะห์ที่ช่วยหาจังหวะการลงทุนได้เหมือนกัน ใครชอบเล่นตามกระแสข่าวเรื่องน้ำมัน ติดตามอ่านบทความครั้งหน้า จะเล่าเรื่องกลุ่มไหนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้มือใหม่ลองวิเคราะห์การลงทุนแบบง่ายๆสไตล์ลูกหมูนะคะ

ผู้เขียน : นฤมล บุญสนอง CFP®
รองกรรมการผู้จัดการ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด และ วิทยากรตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ที่มา>>>sanook