5 ข้อดีของการซาวน่า

5 ข้อดีของการซาวน่าเคยคิดไหมว่าทำไมฟิตเนสถึงมีห้องซาวน่า คิดง่ายๆ ว่ามันน่าจะเหมาะกับการเข้าหลังออกกำลังกาย เพราะความร้อนอบอ้าวในห้องนั้นช่วยให้กล้ามเนื้อคลายความตึงเกร็งลงได้ดี แต่ประโยชน์ของมันมีแค่นั่นจริงๆ หรือ? ไม่จริงหรอก เพราะประโยชน์ของการซาวน่ามีมากกว่านั้นเยอะ ไม่อย่างนั้นคนจะลงทุนเป็นแสนๆ สร้างห้องร้อนๆ ให้คนมานั่งแก้ผ้าเอามือกุมไข่ไปทำไม

1. หัวใจแข็งแรง

เมื่อผลการศึกษาจากเมืองหนาวอย่างประเทศฟินแลนด์พบว่าซาวน่าส่งผลบวกต่อการทำงานของหัวใจและช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ เมื่อพวกเขาพบว่าการซาวน่า 4-7 ครั้งต่อสัปดาห์ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคลง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับคนที่ซาวน่าเพียงสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิในร่างกายคนเราสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจก็จะเต้นเร็วขึ้นตามไปด้วย ไม่ต่างจากการออกกำลังกายระดับปานกลางที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 100-150 ครั้งต่อนาที ส่งผลให้หลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น ไม่เป็นโรคหลอดเลือดตีบตัน เป็นมิตรกับหัวใจ

2. ดีต่อกล้ามเนื้อ

เพื่อตอบคำถามว่าทำไมฟิตเนสถึงมีห้องซาวน่า ก็เพราะการซาวน่าช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อเลือดไหลเวียนดี เลือดพวกนี้จะลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าและบอบช้ำจากการถูกใช้งานอย่างหนัก ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ออกกำลังกายได้อึดขึ้นด้วย เพราะร่างกายคนเรามีระดับความทนทานต่อความร้อน การเข้าห้องซาวน่าจะช่วยเพิ่มระดับที่ว่านี้ให้สูงขึ้น ส่งผลดีต่อการเล่นกีฬา คุณจะรู้สึกว่าไม่ค่อยเหนื่อย แถมเรี่ยวแรงยังดีไม่มีตกผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การซาวน่า3. ขับไล่สารพิษและความเครียด

หนึ่งในวิธีสุดคลาสสิกที่มนุษย์เราขจัดสารพิษออกจากร่างกายคือเหงื่อ ดังนั้นการนั่งเหงื่อแตกในห้องซาวน่านาน 20 นาทีของคุณจึงไม่สูญเปล่า คุณจะรู้สึกถึงรูขุมขนที่เปิดออกพร้อมเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามผิว ก่อนตามมาด้วยความฟินระดับพระกาฬ นอกจากนี้ยังช่วยให้สมองโล่งปลอดโปร่ง หลัง Oklahoma State University ให้กลุ่มคนที่เข้ารับการบำบัดความเครียดส่วนหนึ่งทำซาวน่าควบคู่ไปด้วย ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ทำซาวน่าเครียดน้อยกว่าอีกกลุ่มที่ไม่ได้ทำ

4. ผิวดีขึ้น

เข้าใจได้ไม่ยากเพราะการซาวน่าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด โดยเฉพาะผิวหน้าซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญ เจ้าเลือดที่ว่าจะช่วยบำรุงผิวและขจัดเซลล์ที่ตายไปแล้ว ในขณะที่น้ำมันที่ถูกผลิตขึ้นตามธรรมชาติจะช่วยเรื่องความชุ่มชื่นและยับยั้งแบคทีเรีย ทำให้หน้าเต่งตึงแลดูอ่อนเยาว์

5. เพิ่มภูมิต้านทาน

ต้องยกความดีความชอบให้ระบบไหลเวียนโลหิต (สังเกตว่าหลักๆ ประโยชน์ล้วนมาจากการไหลเวียนของเลือด) อย่างข้อนี้เป็นเพราะซาวน่าช่วยเรื่องการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ร่างกายใช้ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เช่น เชื้อโรคต่างๆ คนที่เข้าห้องซาวน่าเป็นประจำจึงมีเม็ดเลือดขาวปริมาณมาก ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และเมื่อใดที่เจ็บไข้ พวกเขาก็จะหายไวกว่าคนอื่น

20 นาที

คือระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการซาวน่า หลังมีงานวิจัยพบว่าการซาวน่าเป็นเวลานานเกินไปส่งผลต่อจำนวนอสุจิของฝ่ายชาย และควรดื่มน้ำเปล่าตาม 2-3 แก้วหลังซาวน่าเสร็จ

ที่มา>>>Sanook

วิธีสังเกตสัตว์เลี้ยงแสนรักจาก “พิษสุนัขบ้า”

วิธีสังเกตสัตว์เลี้ยงแสนรักจาก “พิษสุนัขบ้า”

หน้าร้อนทุกปี มักหนีไม่พ้น “โรคพิษสุนัขบ้า” ทุกทีนะคะ คนร้อนยังคลุ้มคลั่งได้ นับประสาอะไรกับสัตว์เลี้ยงในบ้าน แต่อาการคลุ้มคลั่งของหมาแมวไม่ได้ควบคุมได้เหมือนมนุษย์เนี่ยสิ เพราะเป็นอาการผิดปกติของร่างกายจริงจัง จนถึงขั้นเสียชีวิตทั้งสัตว์เลี้ยง ทั้งเจ้าของได้เลยทีเดียว

หลายคนอาจสงสัยว่า สัตว์เลี้ยงของเรา หรือแม้กระทั่งหมาแมวแถวบ้านที่เคยเล่น เคยให้อาหารกันอยู่ดีๆ จะมีโอกาสแว้งมากัดเราอย่างไม่ทราบสาเหตุได้ไหม ต้องขอบอกว่า “ได้” ค่ะ หากหมาแมวเหล่านั้นเป็นติดเชื้อสุนัขบ้าBeagle-dog-03-07-10-04วิธีสังเกตสัตว์เลี้ยงจาก “พิษสุนัขบ้า”

1. สัตว์เลี้ยงมีอุปนิสัยแตกต่างไปจากเดิม จากที่เคยเล่นคลุกคลีกับเจ้าของ อาจจะค่อยๆ แยกตัวออกไป

2. ขี้หงุดหงิด หรือตื่นกลัวกับเจ้าของ หรือผู้คนที่เข้ามาใกล้ชิด จากที่เคยคุ้นชินกับมนุษย์

3. กัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ อย่างรุนแรง

4. วิ่งไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย

5. แสดงอาการดุร้าย กัด เห่า ไม่เลือกหน้า

6. หากจับใส่กรง จะกัดกรงจนปากเป็นแผล มีฟันหัก เลือดไหล แต่ไม่แสดงอาการเจ็บปวด

7. เสียงเห่าหอนผิดปกติ เนื่องจากกล้ามเนื้อกล่องเสียงเป็นอัมพาต

8. ลิ้นห้อย น้ำลายไหล เพราะกล้ามเนื้อที่ควบคุมการเคี้ยว หรือกลืนเป็นอัมพาต

9. สัตว์เลี้ยงทำท่าทางเหมือนพยายามจะขย้อน หรืออาเจียน คล้ายกับมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ

ระยะเวลาที่สัตว์เลี้ยงแสดงอาการ

1-7 วัน ก่อนจะเข้าสู่ช่วงอัมพาต ล้มแล้วลุกไม่ได้ และจะตายในเวลาต่อมา

เมีย1.1หากเราถูกหมาแมวที่บ้านกัด เมื่อไรที่เราควรไปพบแพทย์ 

1. หากโดนงับๆ เล็มๆ ไม่เกิดแผล – ไม่ต้องพบแพทย์

2. หากกัด หรือข่วนจนเป็นรอยถลอก – ต้องพบแพทย์ เพื่อให้วัคซีน

3. หากกัดจนมีแผลชัดเจน เลือดไหล – ต้องพบแพทย์ เพื่อให้วัคซีน และRIG (Rabies Immunoglobulin) เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

หากสัตว์เลี้ยงที่กัด ได้รับการดูแลจากเจ้าของเป็นอย่างดี ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างสม่ำเสมอ เราอาจจะไม่ต้องฉีดวัคซีน แต่หากเป็นสัตว์เลี้ยง สัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ไม่เคยได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไม่สม่ำเสมอ แล้วพบว่าสัตว์เลี้ยงหายไป หรือเสียชีวิตภายใน 10 วันหลังจากที่กัดเรา สันนิษฐานได้เลยว่า เรากำลังถูกสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดเข้าให้แล้วล่ะ พบแพทย์ด่วนๆ

เพราะฉะนั้น ใครเลี้ยงน้องหมาน้องแมวอยู่ อย่าลืมพาไปรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้านะคะ แต่หากเป็นสุนัขหรือแมวจรจัด ทีนี้ก็ต้องตัวใครตัวมัน คอยสังเกตอาการของพวกเขาให้ดี ถ้าใจดีจะพาไปรับวัคซีนบ้างก็ได้ แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮวงจุ้ยห้องนอนเพื่อชีวิตรักที่ลงตัว

p2

ศาสตร์ฮวงจุ้ยของคนจีนนั้นเป็นศาสตร์ที่เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของศิลปะ และวิทยาศาสตร์ ฮวงจุ้ย ทำให้เราเข้าใจสภาพแวดล้อม และการใช้ชิวิตให้กลมกลืนไปกับมัน สภาพแวดล้อมส่งผลต่อชิวิต การจัดบ้านเรือนให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จึงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องกันมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับห้องนอน ห้องที่มีความสำคัญมากที่สุดห้องหนึง ห้องนอนทีดี ไม่เพียงแค่ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนอย่างสบายเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา ของผู้อยู่อาศัยด้วย หลักสำคัญในการจัดห้องนอน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเพื่อความรักที่ลงตัวของสามีภรรยา มี 8 ข้อ ดังนี้

modern-bedroom-design1

1.ให้มีการไหลเวียนของพลัง พลังไหลเวียนภายในห้องก็เหมือนกับกระแสน้ำที่ต้องมีการไหลเวียนอย่างสม่ำเสมอ ในห้องนอน ไม่ควรมีอะไรที่มองแล้วสะดุด ขัดหูขัดตา เช่นกองเสื้อผ้าที่ไม่เก็บเข้าตู้ ข้าวของรก ๆ ตามพื้น ขวางทางเดิน เพื่อเปิดทางให้พลังได้ไหลเวียนโดยสะดวก

2.ตกแต่งด้วยของที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน สัก 5 อย่าง ห้องนอนเปรียบเสมือนที่กำบัง ปกป้องเราจากลมพายุ ในห้องนอนจึงควรมีสิ่งของที่ให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่น อ่อนโยน เช่น พรมนุ่ม ๆ ขนสัตว์ หมอน ผ้าห่ม อาจจะมีกลิ่น พวกน้ำมันหอมระเหย เสื้อคลุม หรือผ้ากำมะหยี่ ชุดผ้าไหม แสงเทียน หรือโคมไฟ เครื่องเสียง ของพวกนี้ สร้างบรรยากาศให้อบอุ่นได้

3.ระมัดระวังพลังด้านลบ หรือที่เรียกว่า Sha Chi พลังในด้านลบนี้ สามารถมาจากกลิ่นเหม็นของผ้าสกปรก ข้าวของระเกะระกะ ขยะ ความร้อนจากการชาร์จ หรือใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งผ้าปูที่นอนที่ไม่ได้ซัก หากเป็นไปได้ ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องแทปเล็ท นอกห้องนอน เพราะนอกจากความร้อน อันไม่พึงประสงค์ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ยังมีอันตรายจากรังสี และแม่เหล็กอีกด้วย  สิ่งที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายทุกชนิดก็ ไม่ควรอยู่ในห้องนอน รวมทั้งพัดลมเพดาน ชั้นวางที่แทบจะรับน้ำหนักสิ่งของไม่ไหวแล้ว หรือสิ่งอื่นใด ที่อยู่เหนือศีรษะในขณะเข้านอน

4.สร้างความสมดุลย์ระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ห้องนอนไม่จำเป็นต้องจัดตกแต่งให้สวยงามเหมือนกับโรงแรมเสมอไป แต่เคล็ดลับอยู่ดี จัดออกมาแล้ว เหมาะสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง เครื่องนอน และของตกแต่งเลือกให้สมดุลย์กัน ทั้งของสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เช่น มีแจกันดอกไม้ ซึ่งบ่งบอกความเป็นเพศหญิง และมีเสื้อแจกเก็ตหนังของผู้ชายแขวนอยู่ เป็นต้น

5.ตำแหน่งวางเตียงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หลักฮวงจุ้ยบอกว่า เลือกที่ตั้งผิดก็เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงในการที่ความสัมพันธ์จะไม่ยั่งยืน จุดที่มีพลังแรงมากที่สุดคือ ประตู และหน้าต่างห้อง ดังนั้นหลีกเลี่ยงการตั้งเตียงนอนในบริเวณนี้ หัวเตียง ไม่ควรอยู่ตรงหน้าต่าง ควรจะตั้งชิดผนัง มีโต๊ะ หรือเก้าอี้เล็ก ๆ ที่ข้างหัวเตียง และอาจจะวางม้านั่งเตี้ย ๆ ที่ไม่มีพนักไว้ปลายเตียงได้

6.ห้องนอนต้องไม่ใช่ที่ๆ ใคร ๆ ก็เข้ามาได้เสมอ ในกรณีที่ไม่ได้อยู่กันแค่สองคนสามีภรรยา อาจจะมีลูก ๆ หรือญาติพี่น้องอยู่ด้วย ให้คิดว่าห้องนอน เป็นรังรักส่วนตัว ที่ไม่ควรให้ใครต่อใครเข้ามาได้ง่าย ๆ ประตู ต้องปิดล็อคได้ หน้าต่าง ก็ควรมีม่าน เพื่อความเป็นส่วนตัว

7.เลือกสีที่ให้ความสมดุลย์ ตามหลักฮวงจุ้ยนั้นจะเน้นความเหมาะสมและสมดุลย์เป็นหลัก เช่น ห้องนอนอยู่ชายทะเลที่แสงจ้าอาจจะเลือกองค์ประกอบของห้องเป็นโทนสีฟ้าสดใส เพื่อให้ความรู้สึกเย็น สดชื่น แต่ถ้าห้องนอนอยู่บนเขามีหิมะหนาวเย็น ก็อาจจะเลือกองค์ประกอบในห้องเป็นโทนสีแดง หรือสีไม้เข้ม ๆ โคมไฟสีทอง เพื่อให้ความรู้สึกที่อบอุ่นขึ้น

8.อย่าทำให้ห้องนอนกลายเป็นที่ทำงานหรือสำนักงาน ไม่ว่างานจะเร่งแค่ไหน ใกล้ถึงกำหนดส่งงานแล้ว ยังไม่ได้ลิสต์รายการที่จะต้องทำ หรืออะไรก็ตาม แต่ควรหามุมทำงานมุมอื่น ไม่เช่นนั้นแล้ว ห้องนอนก็จะกลายเป็นสำนักงาน หรือ Bedroom Office ไปในที่สุด

ที่มา>>>Sanook

ความหมายที่ซ่อนอยู่ใน “เส้นกากบาทกลางฝ่ามือ”

วันนี้เรามีเรื่องราวของการดูลายมือหรือศาสตร์การดูลายมือมาฝากกันอีกเช่นเคย โดยวันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวจากหมอดูชื่อดัง “อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม” ที่ได้บอกเล่าเรื่องราวของเส้นลายมือเส้นกากบาทกลางฝ่ามือ”  ว่าแท้จริงแล้วเส้นนี้มีความหมายอย่างไร มีแล้วจะดีหรือไม่ดีอย่างไร?

เส้นกากบาทกลางฝ่ามือ ความหมาย คนที่มีเส้นกากบาทกลางฝ่ามือไม่ว่าจะอยู่ข้างซ้ายหรือข้างขวา หรือมีทั้ง2ฝ่ามือเลยก็ดี มักจะขึ้นอยู่ในลายมือของผู้มีเหตุมีผล ชอบที่จะสอนและให้ความคิดเห็นกับทุกๆคน ส่วนใหญ่จะขึ้นในมือของเจ้าอาวาส เกจิ อาจารย์ ครู บาร์อาจารย์ หรือผู้ชำนาญการทางด้านด้านหนึ่ง

เส้นลายมือ

ผู้ที่มีมักมีจิตใจหนักแน่นและมีจุดยืนของตนเองยิ่งอยู่ในบุคลที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้วจะยิ่งชอบค้นหาแสวงหา กากบาทนั้นยิ่งกว้างใหญ่ยิ่งดีผมเคยเห็นในลายมือของวู้ดดี้เป็นกากบาทกลางฝ่ามือใหญ่มากๆจึงไม่แปลกที่วู้ดดี้ได้ 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลต่อสื่อในภาคเอเชีย ลองปั้นใครหรือช่วยเหลือใครคนนั้นย่อมไม่ธรรมดา

และเช่นเดียวกันถ้าผู้มีเส้นกากบาทกลางฝ่ามือนี้ไปกลั่นแกล้งใครหรือทำผิดประการใดก็โดนทำโทษเช่นเดียวกัน ก็เรียกว่าเป็นเส้นเหลือเชื่อเส้นหนึ่ง ทางพระเขาเรียกว่า “เส้นผลบุญและเวรกรรมที่ทำกันมาตั้งแต่ชาติปางที่แล้ว” บางที่ยังหมายถึงคนระลึกชาติได้ด้วยความรู้สึกจึงยังต้องมาทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้คน บางคนบวชพระไม่สึก บางคนทำหน้าที่ครู บางคนไปเป็นหมอรวมทั้งหมอดู เพราะยังหมายถึงซิกเซนส์ลางสังหรณ์ได้ด้วย

บางคนที่เชื่อเรื่องมีองค์หรือคนทรงเจ้าที่มีองค์ในอยู่ในตนเองตามที่บุคคลนั้นเคารพนับถืออยู่จึงตั้งชื่อตามสิ่งที่ตนเองเคารพบูชา และคนที่มีเส้นกากบาทกลางฝ่ามือมักจะแคล้วคลาดอยู่ตลอด ไม่ค่อยมีศัตรู เพราะศัตรูมักจะแพ้ภัยตนเองหรือศัตรูกลับมาเป็นมิตรอยู่ตลอด เขาเรียกว่ามีพระเกตุคุ้มครอง บางท่านมักจะพูดจาตรงๆไม่อ้อมค้อม

มักจะชอบอยู่กับป่ากับเขาหรือปลีกวิเวกได้ดีขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้นั้นอีกที ถ้าสำหรับไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงควรมีทั้ง2ข้างจึงจะดี ถ้ามีข้างใดข้างหนึ่งจะมีนิสัยไปทางนั้น เช่น ถ้าผู้ชายมามีเส้นกากบาทข้างซ้ายนิสัยมักจะหนักไปทางหญิง คือ เรียบร้อย และเช่นเดียวกันผู้หญิงมามีเส้นกากบาทกลางฝ่ามือทางข้างขวา มักใจร้อนกล้าหาญนักรบ รักความยุติธรรม นิสัยจะละม้ายคล้ายผู้ชายเลย

เส้นลายมือ

ส่วนใหญ่ลายมือที่มีเส้นกากบาทกลางฝ่ามือจะเชื่อมทำให้ดูเป็นลายมือที่ขาดอยู่แล้วครับ แต่มีสติมีปัญญากล้าคิดกล้าตัดสินใจ ในช่วงเวลาที่จะต้องใช้ความร้อนหรือความกล้าหาญก็จะใช้เป็น และเวลาที่จะเย็นก็จะเย็นโดยเป็นเหมือนน้ำแข็งเลย

แต่มักจะมีปัญหาเรื่องความรักได้สำหรับบางคนที่มีความอ่อนไหวในรักมากๆจะคล้ายรำคาญหรือระแวงเรื่องความรักได้ง่ายทำให้หลายๆคนไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของความรักก็มี แต่ไม่ทุกคนไป แต่สำหรับคนที่มองข้ามกลับอยู่ได้และมีความสุขในเรื่องความรัก

เส้นกากบาทกลางฝ่ามือคือเส้นสัมผัสที่หกหรือคนช่างสังเกตถ้าใช้นำไปสอนใครหรือเป็นห่วงใครได้ดี แต่ถ้านำมาใช้กับตนเองโดยเรื่องความรักถ้าไม่ตลกนำหรือหัวเราะนำก็จะกลายเป็นคนหวาดระแวงได้ง่าย เช่น ความฉลาดนำไปสังเกตความประพฤติจับผิดแฟนคนรักก็จะชอบจับผิดทำให้หลายคนอยู่กันไม่ได้

แต่คนที่มีกากบาทกลางฝ่ามือจะมองแล้วนำมาปลง มองข้ามเรื่องเล็กๆน้อยของคนรักก็จะไม่หวาดระแวงกลับกลายเป็นเอาใจเก่ง มีความสุข ดูแลครอบครัวเป็น จงมองง่ายๆหรือสังเกตง่ายๆจากหมอดูบางท่านที่ล้มเหลวเรื่องความรักอยู่ตลอดทั้งๆที่เป็นคนดังและฉลาดและเป็นที่ปรึกษาให้กับใครๆตลอด เพราะเกิดจากความฉลาดและช่างสังเกตเกิน จนเกิดเป็นความกลัวทั้งๆที่รักคู่ครองของตนเองมากๆ

แต่พอเกิดช่องว่างระหว่างจิตใจ จะเกิดเป็นหลุมดำขยายความคิดมากอยู่ตลอด แต่สิ่งแก้ไขคือคิดบวกมองโลกด้านดีจะมีแต่ความสบายใจออกมา ทำให้พูดแต่สิ่งที่ดีและหน้าฟังคนอยู่ใกล้ตัวก็มีความสุขไปด้วยและรักกันนานๆ เห็นถึงความหมายของคนที่มีความช่างสังเกตหรือยัง ถ้าไม่รู้จักนำไปใช้ให้เป็น สิ่งที่มีก็เป็นดาบสองคมได้เช่นกัน ทีนี้คงรู้แล้วว่าทำไม อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม จึงต้องตลกและติ๊งต๊อง

ที่มา>>>Sanook

5 เหตุผลที่ควรทำบัญชีรายรับ รายจ่าย

13832071741383207189l

เคยสงสัยกันบ้างมั้ยคะว่าเงินหายไปไหน หากอยากจะสะกดรอยตามเงินให้เจอ ควรทำอย่างไร วันนี้นิมี tip เล็กๆ ที่จะมาสะกดรอยตามเงินกันค่ะ

• เริ่มจากการจดบันทึกรายรับรายจ่าย
• พกสมุดโน้ตเล่มเล็กๆ ติดกระเป๋า จดทุกครั้งที่ได้รับเงินมาหรือใช้ไป หรือใครที่เชี่ยวชาญในเทคโนโลยี สมัยนี้ก็มี application เยอะแยะที่ช่วยทำให้คุณสามารถจดบันทึกรายรับ รายจ่ายได้สะดวกมากขึ้นด้วยค่ะ

เราสามารถแบ่งประเภทค่าใช้จ่ายได้ดังนี้

• ค่าใช้จ่ายเพื่อการออมและการลงทุน ต้องกันเงินส่วนนี้ออกมาก่อน หรือที่เราเรียกว่าเก็บก่อนใช้นั่นเอง
ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ลองพิจารณาทางเลือกในการ Refinance ดูนะคะ ซึ่งอาจจะทำให้ประหยัดค่าดอกเบี้ยจ่ายได้ไม่มากก็น้อยค่ะ
ค่าใช้จ่ายผันแปร ลองจดและแยกประเภทค่าใช้จ่ายสัก 1 เดือนดูจะทำให้คุณเห็นรูรั่วทางการเงินจะทำให้รู้ว่าควรลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นด้านไหนบ้างค่ะ

นอกจากนี้วันนี้นิยังมี 5 เหตุผลควรทำบัญชีรายรับรายจ่ายมาฝากกันด้วยค่ะ
1. ถ้าคุณต้องการเป็นเศรษฐี เพราะ “เงิน” เป็นปัจจัยสำคัญในการเป็นเศรษฐี และ “บันทึกรายรับรายจ่าย” ก็เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณจัดการกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้อย่างจริงจัง
2. ถ้าคุณต้องการรู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะ “บันทึกรายรับรายจ่าย” คือ แหล่งข้อมูลที่ดีที่จะบอกเล่าถึงกิจกรรมที่คุณทำ พฤติกรรมที่คุณเป็น และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น คุณอาจจะอึ้งเมื่อได้รู้นิสัยทางการเงินของตัวเอง
3. ถ้าคุณต้องการตัวช่วยในการสร้างนิสัยทางการเงินที่ดี เพราะ “บันทึกรายรับรายจ่าย” เป็นเครื่องมือง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณกำหนดเป้าหมายในชีวิตได้ชัดเจนขึ้น และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้คุณได้
4. ถ้าคุณไม่รู้วิธีจัดการเงิน เพราะ “บันทึกรายรับรายจ่าย” ช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนเกี่ยวกับการใช้จ่ายและความสามารถในการหาเงินซึ่งจะช่วยใหคุณจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
5. ถ้าคุณต้องการมีความสุขทุกวัน เพราะ “กิจกรรมต่างๆ” ในชีวิตเราล้วนเกี่ยวข้องกับเงินแทบทั้งนั้น “บันทึกรายรับรายจ่าย” จะช่วยให้คุณรู้ที่มาและที่ไปของเงินจากกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ซึ่งคุณจะสามารถจัดการกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความสุขจากอิสรภาพทางการเงินก็จะเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยากเลยค่ะ

เมื่อรู้ข้อดีทั้ง 5 ข้อของการทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้ว เราก็มาทำบัญชีรายรับรายจ่ายกันดีกว่าค่ะ คุณสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์การวางแผนการเงินได้ที่ nipapuntalk@hotmail.com แล้วพบกันในตอนต่อไปค่ะ

ที่มา>>>Sanook

เปิดโพย 17 ฮวงจุ้ยเรื่องบ้าน ทำตามหรือไม่ทำตาม ถามใจดู

เปิดโพย 17 ฮวงจุ้ยเรื่องบ้าน ทำตามหรือไม่ทำตาม ถามใจดู

เมื่อวันก่อน “มาดามป้า” มีโอกาสไปสัมภาษณ์เจ้าของบ้านท่านหนึ่ง ที่ออกแบบและตกแต่งบ้านหมดเงินไปทั้งหมดร่วม 13 ล้านบาท (เบา เบา) พอถามไปถามมาเกี่ยวกับเรื่องฮวงจุ้ย เจ้าของบ้านก็บอกว่ามีบางจุดในบ้านที่ทำตามหลักฮวงจุ้ย โดยได้รับคำแนะนำจากซินแสท่านหนึ่ง ซึ่งเขาบอกว่าเป็นซินแสชื่อดังระดับเจ้าสัวใหญ่ๆ ในประเทศเชื่อถือ (แต่ขออนุญาตสงวนชื่อทั้งซินแสและเจ้าสัวเอาไว้ตรงนี้นะคะ)

มาดามป้าจึงไม่ละความพยายามขอโพยกระดาษที่ซินแสเขียนแนะนำให้เจ้าของบ้านท่านนั้นเอามาเปิดเผยให้ลูกบ้านสนุกโฮมที่สนใจและอยากจัดบ้านตามฮวงจุ้ยลองเอาไปเป็นข้อมูล ส่วนจะเชื่อหรือไม่แล้วถามใจตัวเองดูได้เลยค่ะ

1.ประตูรั้ว ประตูเล็กอย่าซ้อนประตูใหญ่

2.ประตูบ้าน ประตูห้อง อย่า 3 ประตูชนกัน ทำได้แค่ 2 ในกรณี 3 ประตูรวมห้องนอน

3.บันไดอย่าพุ่งออกประตูหน้าบ้าน แก้โดยปิดทึบ

4.ห้องครัว ตำแหน่งเตาไฟหน้าคนทำ ควรหันไปทิศตะวันตกหรือหน้าคนทำหันไปทิศตะวันออก

5.เตาและซิงค์น้ำอย่าอยู่แถวเดียวกัน

6.ประตูครัวไม่ควรเปิดแล้วเจอเตาไฟ

7.ห้องส้วม ก้นห้ามหันไปหน้าบ้าน

8.ประตูห้องน้ำ ไม่ควรอยู่ด้านหน้าของบ้าน

9.แทงค์น้ำไม่จำเป็นอย่าอยู่หลังบ้าน และหลังบ้านไม่ควรทำบ่อเลี้ยงปลาหรือสระน้ำ

10.ห้องนอน เตียงนอน ห้ามติดแอร์บนหัวนอนและห้ามมีกระจกส่องเตียงเวลานอน (เลี่ยงกระจกส่องถูกตัว)

11.ประตูห้องนอนไม่ควรชนเตียง

12.หลังคา ไม่จำเป็นอย่าเอาจั่วรับหน้าบ้าน

13.ไม่ควรทำปล่องไฟบนหลังคา

14.บันไดไม่ควรอยู่กลางบ้าน

15.เวลาเดินเข้าบ้านไม่ควรเห็นบันได

16.ท่อระบายน้ำไม่ควรผ่ากลางบ้าน

17.ไม่เอาหัวนอนไปทิศเหนือ

ที่มา>>>Sanook

เผยสาเหตุ เด็กไทยเตี้ย! ชี้ ดื่มนมน้อยกว่าประเทศอื่น กว่า 4-7 เท่า

กรมอนามัย เผย คนไทยดื่มนมน้อยมาก เฉลี่ยวันละ 14 ลิตร ต่ำกว่าในอาเซียนและทั่วโลกถึง 4-7 เท่า ผู้ชายเฉลี่ยสูง 169.5 ซม. ผู้หญิงเฉลี่ย 157.7 ซม. โดยเฉลี่ยดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว เท่านั้น ผู้ใหญ่ก็ควรดื่ม 1-2แก้วป้องกันกระดูกพรุน…


เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 59 นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยเนื่องในวันดื่มนมโลกว่า นมเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับทุกวัย เพราะมีโปรตีนคุณภาพดีและมีแคลเซียมในปริมาณสูง เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน โดยเฉพาะนมสดรสจืดมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่านมที่มีการปรุงแต่งด้วยน้ำตาลและกลิ่น เนื่องจากมีแคลเซียมในปริมาณมาก ช่วยสร้างกระดูกที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กด้านความสูง

milk pouring into glass

นอกจากนี้ ข้อมูลการศึกษาของสำนักโภชนาการกรมอนามัย ซึ่งนำเอานมโคสดแท้ นมปรุงแต่งรสหวาน และนมเปรี้ยว ปริมาณ 100 มิลลิลิตรเท่ากันมาเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการพบว่า นมโคสดแท้จะให้สารอาหารที่จำเป็น ได้แก่ โปรตีน 3.3 กรัม แคลเซียม 122 มิลลิกรัม วิตามินเอ 38 ไมโครกรัม วิตามินบี 2 0.21 มิลลิกรัม ขณะที่นมปรุงแต่งรสหวาน กลับให้สารอาหารที่จำเป็นน้อยกว่าคือ โปรตีน 2.3 กรัม แคลเซียม 101 มิลลิกรัม วิตามินเอ 38 ไมโครกรัม และวิตามินบี 2 0.20 มิลลิกรัม

ด้าน อธิบดีกรมอนามัย กล่าวอีกว่า จากผลสำรวจการบริโภคนมของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรปี 2558 พบว่าคนไทยดื่มนมน้อยมาก เฉลี่ยคนละประมาณ 14 ลิตรต่อปี ในขณะที่อัตราการดื่มนมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉลี่ยคนละ 60 ลิตรต่อปี และทั่วโลกเฉลี่ยคนละ 103.9 ลิตรต่อปี หรือกล่าวได้ว่าอัตราดื่มนมคนไทยยังต่ำกว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลก 4-7 เท่า ส่งผลให้เด็กไทยเมื่อมีอายุ 19 ปี มีความสูงเฉลี่ยไม่สูง โดยผู้ชายสูงเฉลี่ย 169.5 เซนติเมตร ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 157.7 เซนติเมตร โดยมีผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการดื่มนมวันละประมาณ 2-3 แก้ว ร่วมกับกิจกรรมทางกายประเภทที่มีการยืดตัว เช่น ว่ายน้ำและเล่นบาสเกตบอล เป็นต้น และการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอเป็นการเพิ่มฮอร์โมนการเจริญเติบโตที่ส่งผลต่อการเพิ่มความสูงได้ ทั้งนี้ เด็กก่อนวัยเรียนควรนอนวันละ 10–13 ชั่วโมง วัยเรียนควรนอนวันละ 9-11 ชั่วโมง และวัยรุ่นควรนอนวันละ 8–10 ชั่วโมง

thaihealth_c_bclvwx123458

“ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องการสารอาหารเพิ่ม เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและชะลอการสูญเสียมวลกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน แนะนำให้ดื่มนมสดรสจืดวันละ 1-2 แก้ว ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ได้แก่ ภาวะอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ควรดื่มนมชนิดพร่องมันเนยหรือขาดมันเนย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะไขมันเกิน ดื่มวันละ 1-2 แก้ว” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

โอ๊ยมันเขี้ยว ยลโฉมนางเงือกน้อยที่น่ารักน่าชังที่สุดในโลก

 * โอ๊ยมันเขี้ยว ยลโฉมนางเงือกน้อยที่น่ารักน่าชังที่สุดในโลก *

นางเงือกน้อย

นางเงือกน้อย

หลายคนอาจเคยเห็นนางเงือกในเวอร์ชั่นต่าง ๆ มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนหรือสาว ๆ ในชุดเงือก แต่บอกเลยว่าไม่ว่านางเงือกแบบไหนที่คุณเคยเห็นมา จะต้องยอมสิโรราบให้กับนางเงือกที่เรานำภาพมาให้ชมในวันนี้ เพราะน่ารักจนทำให้เกิดอาการอยากหม่ำแก้มเด็กขึ้นมาโดยพลันทีเดียวเชียว ขอบอกเลยว่า Damage แรงแซงทุกเงือก !!

นี่คือนางเงือกน้อยวัยเพียง 6 เดือน ที่กำลังกวาดหัวใจชาวเน็ตจีนอยู่ในขณะนี้ และกำลังจะกวาดหัวใจชาวเน็ตไทยไปด้วยในอีกไม่ช้า ก็แหม่จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไง นอกจากใบหน้าที่น่ารักและหุ่นที่อ้วนตุ้ยแล้ว หนูน้อยยังมีลีลาการโพสท่าที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

แม้ว่าเธอจะกำลังเป็นลิตเติ้ลเมอร์เมดที่ถูกแชร์ภาพเกลื่อนโลกออนไลน์จีน แต่หนูน้อยคนนี้ไม่ใช่ชาวจีนนะ เธอเป็นเด็กหญิงชาวเวียดนามที่คุณพ่อคุณแม่จับแต่งตัว แล้วจัดการแชะภาพ ขณะหนูน้อยกำลังเล่นน้ำในสระว่ายน้ำกรุงโฮจิมินห์

คุณพ่อคุณแม่ของหนูน้อยเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง The Mermaid ผลงานผู้กำกับ สตีเฟ่น ชอว์ จากฮ่องกง และไม่น่าเชื่อเลยว่าตอนนี้ลูกสาวของพวกเขาจะโด่งดังพอ ๆ กับนางเงือกในหนังไปแล้ว

ภาพจาก shanghaiist.com

 

วิจัยเผย คนชอบอวดแฟนบนโซเชียล จริง ๆ แล้วไม่มั่นใจในความรัก

 * วิจัยเผย คนชอบอวดแฟนบนโซเชียล จริง ๆ แล้วไม่มั่นใจในความรัก *

ชอบอวดแฟนบนโซเชียล

วิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกาเหนือเผย คนชอบอวดแฟน อวดผัว อวดเมีย ลงบนสังคมโซเชียล ลึก ๆ แล้วมีความไม่มั่นใจในความมั่นคง ของความสัมพันธ์ระหว่างคู่ของตน

ยุคนี้หลายคนคงแอบเห็นเพื่อนทางออนไลน์ของเราโพสต์ภาพต่าง ๆ ลงบนโปรไฟล์โซเชียล เพื่อบอกไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และบางครั้งก็อาจแอบแฝงเจตนา เช่น การอวดชีวิตดี๊ดี หรือการอวดว่าตัวเองมีความสุขแค่ไหน รวมไปถึงการอวดยอดฮิต นั่นคือการอวดแฟน สามี และภรรยาของตน หรือที่เรียกกันว่า อวดผัว-อวดเมีย นั่นเอง

แน่นอนว่าการอวดแบบนี้ ทำให้คนอื่น ๆ เกิดความอิจฉาตาร้อน (โดยเฉพาะคนโสด) ได้จริง แต่ทราบไหมว่า ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัย 4 แห่งของประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น, มหาวิทยาลัยมิซซิสเซากา, มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน และวิทยาลัยฮาเวอร์ฟอร์ด ได้เปิดเผยว่า เหล่าคนชอบอวดผัว-อวดเมีย ลึก ๆ ลงไปในใจแล้ว พวกเขามีความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ของตนและคู่รัก มากกว่าคนปกติ

โดยรายงานวิจัย ที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารชื่อ บุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม (Personality and Social Psychology Bulletin) ได้อธิบายการอวดผัว-อวดเมีย เอาไว้ว่า เป็นกลไกทางจิตวิทยา ซึ่งอยู่เบื้องหลังสิ่งที่เรียกว่า “ความสัมพันธ์ที่ทำให้มองเห็นได้” โดยแสดงออกผ่านทางเฟซบุ๊กหรือโซเชียลอื่น ๆ เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้เพื่อน ๆ และคนรู้จักเห็นว่า คู่ของพวกเขายังมีความสัมพันธ์อันดี ทั้งที่ความจริงในใจ พวกเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น

ในบทคัดย่อของงานวิจัย สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า เมื่อคนคนหนึ่งรู้สึกไม่มั่นใจหรือหวาดระแวงในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก พวกเขามักมีแนวโน้มที่จะแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้เรื่องราวระหว่างคู่ของตน ด้วยการใช้สิ่งที่เรียกว่า “ความสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้อื่นมองเห็นได้” ซึ่งถือเป็นการวาดภาพตนเองในแบบที่อยากให้ผู้อื่นเห็น

ฉะนั้น ถ้าคุณพบเห็นบุคคลประเภทอวดแฟนจนน่าหมั่นไส้ ก็อย่าเพิ่งรำคาญจนอยากลบเพื่อนหรือถือโทษโกรธพวกเขาเลย แต่จงเห็นใจว่าความสัมพันธ์ของคู่รักอาจกำลังระส่ำระสาย และแน่นอนว่าพวกเขาก็อาจจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก Sage Journal

ทำดีต้องชม ! แท็กซี่มีน้ำใจซิ่งฝ่ารถติด ส่งหญิงชราป่วยโรคหัวใจ ถึงมือหมอทันเวลา

 * ทำดีต้องชม ! แท็กซี่มีน้ำใจซิ่งฝ่ารถติด ส่งหญิงชราป่วยโรคหัวใจ ถึงมือหมอทันเวลา *

แท็กซี่ส่งหญิงชรา เป็นโรคหัวใจ แท็กซี่ส่งหญิงชรา เป็นโรคหัวใจ

เปิดเรื่องเล่าการันตีคนไทยมีน้ำใจ เมื่อแท็กซี่ซิ่งฝ่ารถติด ส่งหญิงชราป่วยโรคหัวใจวัยถึงมือหมอได้ทันเวลา น้ำใจของมนุษย์เยียวยาได้ทุกอย่างจริง ๆ

เราอาจจะเคยได้ยินแต่เรื่องด้านลบ ๆ เกี่ยวกับคนขับแท็กซี่มามาก ว่าไม่มีน้ำใจมักจะปฏิเสธผู้โดยสาร ด้วยคำพูดสุดคลาสสิก “ไม่ไปครับ แก๊สหมด” “ไปคนละทาง รถติด” แต่วันนี้ เราลองมาฟังเรื่องราวด้านบวกของคนขับแท็กซี่กันบ้าง

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Ciel Ruamporn ได้เล่าถึงความประทับใจของพนักงานขับแท็กซี่คันหนึ่งว่า

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ตนได้รับโทรศัพท์จากแม่ว่า แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก จึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่กลับบ้าน เพราะรู้ดีว่า คนอย่างแม่หากไม่รู้สึกแย่มาก ๆ จะไม่รบกวนลูกเลย เมื่อพี่สาวตนกลับมาก็เลยจะพาแม่ไปหาหมอ แต่ละแวกบ้านตนหาแท็กซี่ยากมาก

ในที่สุดก็โชคดีเจอแท็กซี่คันหนึ่ง จึงเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาการป่วยของแม่ให้ฟังคร่าว ๆ คนขับแท็กซี่จึงประสาน จส. 100 เพื่อขอทราบเส้นทางที่โล่งที่สุด แต่ขณะนั้นถนนทุกเส้นไม่เว้นแม้กระทั่งทางด่วนก็ติด แท็กซี่จึงตัดสินใจใช้ทางราบแทน สักพักแม่เกิดอาการตาค้าง พูดสั้น ๆ ว่าหายใจไม่ออก คนขับแท็กซี่จึงประสานงาน จส. 100 อีกครั้ง เพื่อขอเส้นทางพร้อมระบุว่า มีคนป่วยอายุ 81 ปี หายใจไม่ออกจากนั้น จึงรีบขับรถโดยฝ่าไฟแดงทุกแยกที่่มีมอเตอร์ไซค์จอดขวางอยู่ พร้อมกับที่ตนได้ตะโกนเพื่อขอทาง จนรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ขับไปขวางทางสี่แยกที่เป็นไฟเขียว

ขณะที่เหลือไม่ถึง 2 แยกจะถึงโรงพยาบาล ตนบอกแม่ไปแบบนั้น และปลุกให้คุณแม่ฮึดสู้ ส่วนคนขับแท็กซี่เมื่อเห็นทางที่กำลังจะไปรถติดหนักมากจึงตัดสินใจขับสวนเลนขึ้นมา พร้อมเปิดกระจกรถขอทาง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี จนในที่สุดแม่ก็ถึงมือหมอ ตนได้ให้ค่ารถจำนวนหนึ่งแก่คนขับแท็กซี่ แต่เขาขอปฏิเสธ ซึ่งตนก็พยายามขอให้เก็บค่ารถไว้ถึงแม้จำนวนไม่มากเลยเมื่อเทียบกับชีวิตแม่

ทั้งนี้ ตนอยากสื่อให้รู้ว่า ท่ามกลางความยุ่งเหยิงของโลกใบนี้ ยังมีคนดีอยู่ให้ชื่นใจ คำขอบคุณ กี่แสนล้านคำก็ไม่สามารถเทียบกับน้ำใจที่มอบให้แม่

ตอนนี้แม่ปลอดภัย และพักฟื้นหลังจากผ่าตัดหัวใจในวัย 81 ปี

ภายหลัง จากกระทู้ของคุณ Ciel Ruamporn ได้เผยแพร่สู่สาธารณะ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ต่างพากันยกย่องและชื่นชมน้ำใจคนไทย พร้อมระบุว่า คนไทยมีน้ำใจเสมอ

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Ciel Ruamporn