อายข้ามประเทศ ! แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งขยะเกลื่อน

 * อายข้ามประเทศ ! แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งขยะเกลื่อน *

กินไม่เก็บ

แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งกล่องข้าวเหนียวหมูนับสิบไว้ดูต่างหน้า ไม่สนสิ่งใด เดินไปแชะภาพ ทำเอาชาวเน็ตอายข้ามประเทศ !

แชร์กันกระหน่ำเลยทีเดียว สำหรับนิสัยของคนไทยบางกลุ่ม เมื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แถมยังขนอาหารการกินไปกินกันเอง แต่ !! ไม่ยอมเก็บ ไม่ยอมทิ้ง มักง่ายวางแหมะไว้กับพื้น งานนี้ชาวเน็ตเห็นภาพลมแทบจับ ถามบริษัททัวร์ คนไทย และไกด์ ทำไมมักง่ายอะไรได้ขนาดนี้

กินไม่เก็บ

โดยเรื่องราวดังกล่าว คุณ minizooland สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม โพสต์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2559 พร้อมระบุข้อความว่า “นี่เป็นกรุ๊ปทัวร์คนไทยไปสวิตเซอร์แลนด์ และอุตส่าห์ขนเมตตาหมูทอดไปกินกันไกล๊ไกล แถมไม่ลืมจะใช้นิสัยเดิม ๆ ทิ้งซากไว้แฉที่มาตัวเอง” พร้อมกับภาพหลักฐานเป็นภาพกล่องหมูทอดและลังอาหารทิ้งไว้ตรงบริเวณข้างทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวก็แชะภาพเซลฟี่อย่างสบายใจ

ด้านชาวเน็ตพากันกดโหวตกระทู้รัว ๆ พร้อมระบุว่า ทำไมนักท่องเที่ยวไทยถึงได้ทำตัวน่าอายขนาดนี้ อย่าสักแต่ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศเราแล้วทำพฤติกรรมไม่ดี แต่ขอให้ย้อนมองดูตัวเองบ้าง เพราะแต่ละอย่างที่ทำก็ไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวจีนเลย

ภาพและข้อมูลจาก คุณ minizooland สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกรที่พังงา งดงามแปลกตาน่าไปดู

 * ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกรที่พังงา งดงามแปลกตาน่าไปดู *

ทะเลแหวก พังงา

ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกร เกาะยาวน้อย แหล่งท่องเที่ยวใหม่สุดฮือฮาในพังงา สวยงามแปลกตาราวมังกรปรากฏกลางทะเล ชาวบ้านเผยจะมีให้เห็นในช่วงสั้น ๆ ราว 1 เดือนเท่านั้น

วันนี้ (15 มีนาคม 2559) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 มีรายงานว่า ขณะนี้ในโลกออนไลน์กำลังมีการแชร์ภาพและคลิปแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่มีความสวยงามแปลกตา หาชมยากจนขึ้นแท่นเป็นจุด UNSEEN แห่งใหม่ ในพื้นที่อำเภอเกาะยาวน้อย จ.พังงา หลังจากที่คุณ Theerasak Saksritawee ได้นำภาพสวย ๆ มาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา

โดยแหล่งท่องเที่ยวซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่นี้ ก็คือทะเลแหวกแนวสันหลังมังกร เกาะยาวน้อย ซึ่งจากการใช้โดรนเก็บภาพสันดอนทรายที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำในขณะที่น้ำลดนี้ วัดระยะทางได้ 2 กิโลเมตร เกิดเป็นภาพสวยงามแปลกตาที่หากใครต้องการมาชม ขอแนะนำให้มาตั้งแต่ช่วงที่น้ำยังไม่ลด เพื่อจะชมภาพของน้ำทะเลที่ค่อย ๆ ลดลง ปรากฏเป็นเส้นทางเหมือนสันหลังมังกรทอดยาวในทะเล

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นาน ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ไม่ทราบว่าจะยังมีอยู่ในเห็นอีกจนถึงช่วงไหน โดยคาดว่าหลังจากนี้คงจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันอีกเป็นจำนวนมาก

สวยจนต้องปักหมุด ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกรที่พังงา งดงามแปลกตาน่าไปดูสวยจนต้องปักหมุด ทะเลแหวกแนวสันหลังมังกรที่พังงา งดงามแปลกตาน่าไปดู

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

บัวขาวรอดตัว! ‘พิพากษายกฟ้อง’ คดีผิดสัญญาไทยไฟต์

บัวขาว

เป็นข่าวดีสำหรับ “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักชกชื่อก้องที่จะไม่ต้องสูญเสียเงิน 50 ล้านบาทหลัง “พิพากษายกฟ้อง” คดีไทยไฟต์เรียกร้องค่าเสียหายจากการทำผิดสัญญาไม่ยอมขึ้นชกแข่งขัน…

วันที่ 22 มีนาคม 2559 ที่ศาลแพ่ง เวลา 10.00 น. ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ พ.2143 / 2558 กรณีคดีพิพาท ระหว่าง บริษัท สปอร์ตอาร์ท จำกัด โดย นายนพพร วาทิน กรรมการผู้จัดการ “เจ้าของรายการแข่งขันชกมวย รายการ “ไทยไฟต์” ที่ได้มอบอำนาจให้นายนพรัตน์ พุทธรัตนมณี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ “บัวขาว บัญชาเมฆ” เป็นจำเลยในคดีเรียกค่าเสียหายจาก “บัวขาว” เป็นเงิน 50 ล้านบาท

โดย นายนพรัตน์ อ้างว่า “บัวขาว” ผิดสัญญาไม่ขี้นชกแข่งขันในรายการ “ไทยไฟต์ ” ที่เป็นข่าวโด่งดังมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปทางผู้จัดการส่วนตัวของบัวขาว ว่าที่ร้อยโทธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม ได้ความว่า ทางทนายความได้แจ้งว่า “ในวันนี้ศาลแพ่ง ได้มีคำพิพากษายกฟ้องของโจทก์ ในคดีดังกล่าวที่ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย “จากบัวขาว” เป็นเงิน 50 ล้านบาท โดยรายละเอียดของคำพิพากษาและเหตุผลที่ยกฟ้องนั้นคงต้องรอรายละเอียดที่ทางทนายความจะได้ขอคัดถ่ายคำพิพากษาของศาลมาให้ตนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากรายละเอียดของคำพิพากษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทาง “บัวขาว” ได้ทราบเรื่องแล้ว ก็รู้สึกดีใจและขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ได้ให้กับบัวขาวในเรื่องนี้

ที่มา>>>Thairath

สภาสั่งรื้อนาฬิกา 240 เรือน มูลค่า 14.8 ล้าน ออก หลังใช้งานไม่ได้แรมปี

 * สภาสั่งรื้อนาฬิกา 240 เรือน มูลค่า 14.8 ล้าน ออก หลังใช้งานไม่ได้แรมปี *

นาฬิกา 240 เรือน

รัฐสภา สั่งรื้อนาฬิกาดิจิตอล ทั้งข้างในและข้างนอกกว่า 240 เรือน มูลค่ากว่า 14.8 ล้านบาท ออก หลังจากใช้งานไม่ได้นานนับปี

วันที่ 9 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ได้มีผู้รับเหมาจากบริษัท อิควิป แมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญากับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในโครงการปรับปรุงนาฬิกาภายในและภายนอกรัฐสภา จำนวน 240 เรือน มูลค่าโครงการ 14.8 ล้านบาท เข้ามารื้อถอนนาฬิกาดิจิตอลที่ติดตั้งภายในอาคารรัฐสภา และภายนอกโดยรอบอาคารรัฐสภาออก หลังจากที่นาฬิกาไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ตั้งแต่กลางปี 2558 อย่างไรก็ตาม นาฬิกาดิจิตอลที่ติดตั้งในรัฐสภานั้น เคยใช้งานไม่ได้ตามปกติมาแล้วหนึ่งครั้ง คือ ช่วงเดือน สิงหาคม 2556 สาเหตุจากความขัดข้องของระบบปฏิบัติงาน แต่ได้รับการซ่อมแซมจนสามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ

แหล่งข่าวจากรัฐสภา แจ้งว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) มีมติให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ทบทวนผลการตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อนาฬิกา เพราะคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบรายงานผลการพิจารณาที่ขัดแย้งกัน โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ที่มีผลรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ​ไม่เสียหาย เพราะยังไม่ได้จ่ายเงินในการจัดซื้อ ซึ่งที่ประชุม ก.ร. ได้ให้ความเห็นแย้งว่า เหตุผลสำคัญที่ไม่จ่ายเงินค่าซื้อของ เพราะถูกสื่อมวลชนขุดคุ้ยความไม่โปร่งใส จึงทำให้สำนักงาน ไม่กล้าจะจ่ายเงิน ซึ่งการนำเสนอของสื่อมวลชนนั้น ทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เสียหายอย่างหนัก

ขณะเดียวกันผลการตรวจสอบเรื่องการลงโทษทางวินัยกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องนั้น ได้รายงานว่า ได้ลงโทษทางวินัยสถานเบากับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายที่เกิดกับสำนักงานจริง ส่วนเรื่องการอุทธรณ์ผลการตรวจสอบโครงการดังกล่าวนั้น ก.ร. ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในด้านการดำเนินงาน ก่อนจะมีมติสั่งการใด ๆ อีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไป

บิ๊กตู่ ไฟเขียว สร้างรถรางไฟฟ้าที่ขอนแก่น คาดใช้ งบ 1.5 หมื่นล้าน เปิดเดินรถได้ปี 61

 * บิ๊กตู่ ไฟเขียว สร้างรถรางไฟฟ้าที่ขอนแก่น คาดใช้ งบ 1.5 หมื่นล้าน เปิดเดินรถได้ปี 61 *

รถรางไฟฟ้าที่ขอนแก่น

ประยุทธ์ จันทร์โอชา เซ็นอนุมัติ ขอนแก่นสร้างรถรางไฟฟ้าที่แรก ระยะทาง 26 กิโลเมตร เอกชนชี้งบลงทุนประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท คาดเปิดเดินรถได้ปลายปี 2561

วานนี้ (16 มีนาคม 2559) นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลล่าเซียน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เซ็นคำสั่งอนุมัติหลักการโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนใน จ.ขอนแก่น ด้วยระบบรถรางไฟฟ้า (แทรม) ระยะที่ 1 ช่วงเหนือ-ใต้ ระยะทาง 26 กิโลเมตร ตามข้อเสนอของ พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าคสช. ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งภายในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อผลักดันโครงการนี้ โดยได้สนับสนุนงบประมาณ 38 ล้านบาทให้แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อศึกษาเพิ่มเติมและปรับแก้โครงการฯ ที่เคยได้มีการศึกษาไว้แล้วแต่เป็นรูปแบบรถเมล์ด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาทั้งหมดประมาณ 8 เดือน หลังจากนั้นคาดว่า จะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2560 ใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ปีก็น่าจะสามารถเปิดให้บริการเดินรถได้ในช่วงปลายปี 2561 ถึงต้นปี 2562

โดยโครงการดังกล่าวจะใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาท และใช้รูปแบบการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งหมด ซึ่งจะมีการร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ขอนแก่น จัดตั้งเป็นบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด หรือ เคทีที ขึ้น โดยยึดรูปแบบโมเดลของบริหารงานแบบรถไฟฟ้าบีทีเอสของกรุงเทพฯ ซึ่งในขณะนี้มีผู้ประกอบการใน จ.ขอนแก่น 20 บริษัท ร่วมกันลงขันแล้วกว่า 200 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากโครงการในระยะแรก สามารถดำเนินการจนเปิดเดินรถได้ จ.ขอนแก่น ก็จะถือเป็นจังหวัดของไทยที่มีระบบขนส่งมวลชนเป็นของตนเองนอกเหนือจากกรุงเทพฯ ซึ่งขอนแก่นจะกลายเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นที่มีศักยภาพ พร้อมที่จะรุกขึ้นมาก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนด้วยตนเอง

สนามบินภูเก็ตป่วน หนุ่มรัสเซียบอกเครื่องไม่ปลอดภัย คุมตัว-เร่งตรวจวุ่น !

 * สนามบินภูเก็ตป่วน หนุ่มรัสเซียบอกเครื่องไม่ปลอดภัย คุมตัว-เร่งตรวจวุ่น ! *

สนามบินภูเก็ต 20 มีนา

หนุ่มรัสเซียโวยไม่อยากขึ้นเครื่องบินเที่ยว NWS 2478 เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ทำสนามบินภูเก็ตป่วน เจ้าหน้าที่ตรวจวุ่น-คุมสอบปากคำแล้ว

วันที่ 20 มีนาคม 2559 มีรายงานว่า เครื่องบินของสายการบินนอร์ดวินด์ แอร์ไลน์ เส้นทางภูเก็ต-มอสโค เที่ยวบิน NWS 2478 มีกำหนดเดินทางออกจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต ในเวลา 10.35 น. แต่ก่อนจะทำการบิน ได้มีผู้โดยสารชาวรัสเซียรายหนึ่ง คือ นายอเล็กซานเดอร์ โนซอฟ อายุ 25 ปี กล่าวขึ้นมาว่า เขารู้สึกไม่ปลอดภัยในการเดินทางกับเที่ยวบินดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้กัปตันทราบ ก่อนประสานศูนย์การบินและเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยทั้งเครื่องบิน ผู้โดยสาร รวมถึงสัมภาระต่าง ๆ อย่างละเอียด

ทั้งนี้ เรือตรี ธานี ช่วงชู รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากกัปตันว่า ขณะกำลังจะนำเครื่องขึ้นบินเพื่อเดินทางไปยังสนามบินปลายทาง มีผู้โดยสารสัญชาติรัสเซียรายหนึ่งพูดว่า ไม่อยากเดินทางไปกับเคลื่องบินลำนี้แล้ว เพราะรู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัย กัปตันเลยให้ผู้โดยสารลงจากเครื่อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ชุดตรวจสอบวัตถุระเบิดท่าอากาศยานภูเก็ต และผู้เกี่ยวข้อง จะเข้าตรวจคัดกรองผู้โดยสารจำนวน 369 คน และสัมภาระจำนวน 323 ชิ้น รวมถึงนำเครื่องบินลำดังกล่าวไปหลุมจอดระยะไกลเพื่อตรวจสอบจนเสร็จสิ้น ไม่พบว่ามีอันตรายใด ๆ บนเครื่อง และล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. สามารถนำเครื่องขึ้นบินได้ตามปกติแล้ว โดยทางกัปตันไม่อนุญาตให้ นายอเล็กซานเดอร์ โนซอฟ ผู้โดยสารชาวรัสเซียคนดังกล่าว โดยสารไปกับสายการบินเที่ยวนี้

อ่านเพิ่มเติม สนามบินภูเก็ตป่วน หนุ่มรัสเซียบอกเครื่องไม่ปลอดภัย คุมตัว-เร่งตรวจวุ่น !

กทพ. ยันเบนซ์ชนไม้กั้นจริง แต่ไม่เอาผิด เหตุไม้กั้นไม่เสียหาย

 * กทพ. ยันเบนซ์ชนไม้กั้นจริง แต่ไม่เอาผิด เหตุไม้กั้นไม่เสียหาย *

เบนซ์ชนไม้กั้น

ข่าวเบนซ์ชนฟอร์ด ล่าสุด เผยคลิปหลักฐานมัดแน่น คนขับเบนซ์ซิ่งแหกด่านชนไม้กั้นทางด่วนพระราม 4 ก่อนเกิดเหตุชนคร่าชีวิต 2 นักศึกษา ป.โท ด้าน กทพ. ยันเบนซ์ชนไม้กั้นจริง แต่ไม่เสียหายจึงไม่ผิด เล็งเรียกเก็บค่าผ่านทางย้อนหลัง

ความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ รถเบนซ์พุ่งชนนักศึกษาปริญญาโทเสียชีวิต 2 ราย วันนี้ (18 มีนาคม 2559) มีการเปิดเผยคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพขณะรถเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ษง-3333 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี เป็นคนขับ ขับแหกด่านทางด่วนพระราม 4 ชนไม้กั้นอย่างไร้สติ ไม่มีการจอดหยุดแต่อย่างใด โดยมีการระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น 1 ชั่วโมง ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุไปขับชนกับรถฟอร์ดของ 2 นักศึกษาปริญญาโท จนทำให้ไฟคลอกทั้งคู่จนเสียชีวิตบนถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 53 บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำนายเจนภพ วีรพร นานกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า ผู้ต้องหามีสติดีและให้การรับสารภาพว่าขับรถโดยประมาทจริง

ขณะที่เฟซบุ๊กของ ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส มีรายงานความคืบหน้าจากการสอบถามเรื่องคลิปดังกล่าวไปยังการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยทางฝ่ายประชาสัมพันธ์แจ้งว่า ทางผู้ใหญ่เพิ่งทราบเรื่องและเห็นคลิป เนื่องจากทางตำรวจไม่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าด่านในคลิป ใช่ด่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทพ. หรือไม่ และที่ผ่านมาก็พบว่าในแต่ละวันมีการชนไม้กันหลายครั้ง

อ่านเพิ่มเติม กทพ. ยันเบนซ์ชนไม้กั้นจริง แต่ไม่เอาผิด เหตุไม้กั้นไม่เสียหาย

รถเมล์สาย 110 เหยียบคนดับคาป้าย ทั้งที่ขับช้า-ปิดประตูสนิท ทำคนมึนตึ้บ

 * รถเมล์สาย 110 เหยียบคนดับคาป้าย ทั้งที่ขับช้า-ปิดประตูสนิท ทำคนมึนตึ้บ *

รถเมล์สาย 110 เหยียบคนดับคาป้าย

รถเมล์สาย 110 เหยียบคนดับคาป้าย ทั้งที่ขับช้า-ปิดประตูสนิท ทำคนมึนตึ้บ คาด น่าจะสะดุดล้มมาจากป้ายหน้าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน ได้รับแจ้งว่า ที่หน้าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล มีรถประจำทางทับคนเสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตได้แก่ นายชาญวิทย์ แซ่เทง วัย 56 ปี ส่วนรถคันดังกล่าวเป็นรถสีชมพู สาย 110 วิ่งพระราม 6-เทเวศร์ หมายเลขข้างรถ 110-12 หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 11-2820 กรุงเทพมหานคร

ด้านนายไพฑูรย์ บุญเสริม คนขับรถวัย 41 ปี ยืนให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาจากทางเทเวศร์ มารอรับผู้โดยสารที่ป้ายหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พอผู้โดยสารเต็ม ก็ขับรถออกไปอย่างช้า ๆ กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็ได้ยินเสียงคล้ายกับเหยียบอะไรบางอย่าง ผู้โดยสารจึงออกไปดู ก็พบว่า มีการทับคนเสียชีวิต

สำหรับสาเหตุ ตนคิดว่าผู้ตายน่าจะสะดุดล้มมาจากป้ายรถเมล์ ขณะที่ตนขับรถผ่าน ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะที่ตนขับรถก็ปิดประตูทุกบาน และไม่ได้ชนคนจากหน้ารถแต่อย่างใด

นอกจากนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้น พบว่านายไพฑูรย์ไม่ได้ขับรถเร็ว และปิดประตูเรียบร้อย ไม่มีใครเห็นผู้ตายผ่านหน้ารถหรือรถชนแต่อย่างใด
ภาพจาก ครอบครัวข่าว 3

ไม่พบเบาะแสรถตู้จับเด็กที่ศรีสะเกษ คาด 2 พี่น้องจินตนาการไปเอง

 * ไม่พบเบาะแสรถตู้จับเด็กที่ศรีสะเกษ คาด 2 พี่น้องจินตนาการไปเอง *

ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุได้รับแจ้งโจรรถตู้พยายามลักพาตัว 2 พี่น้องเมืองศรีสะเกษ เผยไม่พบเบาะแสคนร้าย คาด 2 พี่น้องจินตนาการไปเอง

รถตู้จับเด็ก

จากกรณีที่มีเด็กหญิงและเด็กชาย 2 พี่น้อง วัย 8 ขวบ และ 10 ขวบ แจ้งตำรวจว่าถูกชายพยายามจะลักพาตัวขึ้นรถตู้สีขาว ขณะที่เด็กทั้ง 2 คน กำลังขี่รถจักรยานอยู่ที่บริเวณริมถนนบ้านตำหนักไทร ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ แต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไปนั้น

ล่าสุด วันนี้ (16 มีนาคม 2559) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า พ.ต.ท. สังวาลย์ รางสถิตย์ รอง ผกก. สอบสวน รักษาราชการแทน ผกก. สภ.ขุนหาญ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุดังกล่าวแล้ว พร้อมตรวจสอบที่กล้องวงจรปิดแต่กลับไม่พบร่องรอยของรถตู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางวันน่าจะมีคนเห็นเหตุการณ์ หรือพบเบาะแสบ้าง แต่ตรวจสอบแล้วกลับไม่มีร่องรอยใด ๆ

รถตู้จับเด็ก

ทั้งนี้ พ.ต.ท. สังวาลย์ กล่าวว่า สำหรับภาพรถตู้ที่เผยแพร่มานั้นเป็นเพียงภาพตัวอย่างของรถที่นำมาจากอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ไม่ใช่รถที่ก่อเหตุ ส่วนรายละเอียดของรถที่เด็กทั้ง 2 คน แจ้งมานั้นเป็นรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ไม่ใช่รถตู้ เบื้องต้นเมื่อสรุปดูแล้วคาดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดอาจเกิดจากการที่เด็กจินตนาการไปเองจากข่าวที่เคยได้ยินมาว่ามีรถตู้จับเด็ก จึงแจ้งผู้ปกครองดังกล่าว

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3

ฆ่าได้ หยามไม่ได้! คุมทำแผนหนุ่มฟันคอชู้เมีย พูดให้คิดก่อนเข้าคุก

ลูกชาย

ตำรวจคุมตัวหนุ่มลูก 2 ทำแผน บุกฟันชายที่มาคบชู้กับภรรยาตายคาบ้าน ต้องใช้กำลังร่วม 100 นาย คุ้มกันเข้ม สลด ลูกสาวกับแม่วิ่งเข้ามากอดกันกลม พูดคำเดียวสั้นๆ แต่มีความหมาย ลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามไม่ได้…

จากเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ชาวบ้านโนนศิลา ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ หนุ่มลูกสอง ที่พอรู้ว่ามีผู้ชายแอบติดต่อคบหากับภรรยา จึงบุกเข้าไปในบ้านใช้มีดสปาต้ายาวประมาณ 60 เซนติเมตร ฟันคอหวิดขาด ตายสยองขณะนอนดูทีวีอยู่ชั้นล่างของบ้านพัก จากนั้นได้ขับรถกระบะหลบหนี ก่อนจะขับวนกลับมาบ้านเพื่อมอบตัว เนื่องจากเป็นห่วงลูกสาว 2 คน

ต่อมา เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 16 มี.ค. พ.ต.ท.วิชรพล ราชบัวผัน รอง ผกก.(สอบสวน) เจ้าของคดีพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐาประวิชญ์ อินทะชัย ผกก.พ.ต.ท.ธัชพล แสนวัง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สมชาย อาจนุการ สว.สส.พร้อมกำลังชุดสายตรวจ สภ.บึงโขงหลง ทั้งในและนอกเครื่องแบบและกำลังทหารกว่า 100 นาย ควบคุมตัวนายกอล์ฟ ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุ บ้านนาสาร ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง ซึ่งเป็นของผู้ตาย

ปรากฏว่า พอลงจากรถตู้ของตำรวจ ลูกสาวคนโตอายุ 7 ขวบได้ร้องไห้อย่างน่าเวทนา โผเข้ากอดพ่อที่ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย นอกจากนี้ยังมีแม่ผู้ต้องหาร้องไห้วิ่งเข้ามากอดอีก ส่วนบริเวณรอบบ้านมีประชาชนหญิงชาย รวมทั้งญาติของผู้ตายมารอมุงดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก ต้องให้กำลังทหารคุมเชิงอยู่วงนอก ปะปนกับตำรวจนอกเครื่องแบบ ถึงกระนั้นญาติผู้ตายทั้งผู้หญิงผู้ชายต่างกรูกันแหวกวงล้อมของเจ้าหน้าที่จะเข้าทำร้ายผู้ต้องหา บ้างก็ตะโกนสาปแช่ง ใช้เวลาทำแผนประมาณ 20 นาทีจึงเสร็จสิ้น นำตัวผู้ต้องหากลับโรงพักเตรียมฝากขังต่อไป

ขณะไปถึงโรงพักบึงโขงหลง ผู้สื่อข่าวได้ถามผู้ต้องหาถึงมูลเหตุต้องฆ่าชู้เมียครั้งนี้ นายกอล์ฟตอบสั้นๆ แต่ด้วยท่าทีเคร่งเครียดว่า “ลูกผู้ชายฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้”.

ที่มา>>>Thairath